Profil de chuka[มิบุ]PANIC ROOM:ห้องเก็บของขอ...PhotosBlogListes Outils Aide

Blog


14 décembre

นับถอยหลังสู่งานคอนทงบังชินกิ

ไม่ได้บันทึกมาหลายวัน จริงๆก็มีเรื่องราวมากมาย แต่กับตอนนี้และวินาทีนี้เรานึกออกแค่นี้

"ฉันจะได้เจอท่านเทพแล้ว" มีเพียงประโยคนี้เท่านั้นที่ฉันกรีดร้องซ้ำๆอยู่ในใจ

"ท่าน เทพ"ที่ว่าก็คือ"ทงบังชินกิ" กลุ่มนักร้องชายหรือที่เรียกกันว่าบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีที่ฉันชอบมากๆ พวกเขามีสมาชิกห้าคน ทั้ง ยูโน ยุนโฮ, เชวกัง ชางมิน, ยองอุง แจจุง, มิคกี้ ยูชอน และ ซีอา จุนซู หรือ จะเป็นชื่อเรียกอื่นๆก็แล้วแต่ตามที่แต่ละคนจะรู้จัก

แต่ไม่ว่าจะชื่อเรียกแบบไหน พวกเขาก็คือ "ทงบังชินกิ" ที่ฉันชอบมากๆอยู่ดี

นับ ตั้งแต่คอนเสิร์ทปีที่แล้วที่ทำให้ฉันประทับใจไม่มีวันลืม แม้จะได้มองพวกเขาจากที่ไกลๆก็ตาม มันทำให้ฉันมีความสุขมาก และทำให้ฉันตั้งปณิธานว่า

"คอนเสิร์ทครั้งหน้าฉันจะมาพบพวกเขาอีกครั้ง"

ฉัน จึงตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินจำนวนหนึ่งที่นับว่ามันไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับวัยรุ่นวัยเรียนที่ต้องพึ่งเิงินจากพ่อแม่ เพื่อที่จะซื้อบัตรไปดูเขา ไปฟังเขาร้องเพลง ที่ฉันเคยฟังเสมอๆในไอพอดที่ฉันก็อบเพลงจากแผ่นซีดีของเขา เพลงรักเพลงเก่าที่มอบพลังให้ฉันเสมอมา

ตอนจองบัตรมีคนไม่น้อยเลยที่ อยากจะไปพบเขาเหมือนฉัน แม้จะเป็นคนจำนวนน้อยนักในจำนวนประชากรของประเทศนี้ แต่มีมากมายเหลือเิกิน และมันก็ทำให้ฉันพลาดการจองบัตรล่วงหน้า แต่เพียงแค่นั้นก็ยังไม่ทำให้ฉันท้อใจ เพราะวันที่ 14 ต.ค. 2550 จะมีการจองล่วงหน้าอีกครั้งในช่วงเช้า และมันก็ทำให้ฉันต้องพลาดอีก แต่โอกาสก็ยังไม่หมดเสียทีเดียวเพราะผู้จัดเปิดให้จองบัตรสาขาอื่นได้ ฉันจึงเดินไปยังเคานท์เตอร์จองบัตรในห้างอื่นๆเพื่อที่จะจองบัตร แต่ทุกๆทีก็จะมีคนที่รักเขาชุมนุมกันจองบัตรเต็มไปหมด ฉันจึงโทรศัพท์ไปหาบริษัทผู้จัดการเรื่องจองบัตร จนทราบว่าฉันสามารถซื้อบัตรทางโทรศัพท์ได้ ฉันจึงขอจองบัตรในวันที่ 15 ธ.ค. วันเกิดของซีอา จุนซู หนึ่งในสมาชิกของวงที่ฉันชอบมากที่สุดแต่ทว่าบริเวณที่ฉันต้องการถูกจองไป แล้ว ฉันจึงจองวันถัดไปแทน

แม้ฉันจะเสียใจที่ไม่ได้ไปฉลองวันเกิดให้ คนที่ฉันรัก แต่ฉันก็พอใจมากที่จะได้พบคนที่ฉันรัก ในสถานที่ๆเขาจะไม่ต้องเป็นกังวลว่าฉันจะบาดเจ็บไหม เพราะสำหรับทงบังที่เป็นห่วงแฟนๆทุกคนเสมอ ฉันจึงเลือกที่ๆจะไม่ต้องลำบากถ้าฉันจะได้พบเขา และฉันก็มั่นใจว่าใครหลายๆคนที่รักเขาเหมือนที่ฉันรัก จะทำให้เขามีความสุขได้แม้จะไม่มีฉันอยู่ที่นั่นก็ตาม

และไม่ว่าจะเป็นวันไหน ฉันก็จะได้พบเขา

และไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็เป็น"ทงบังชินกิ"ที่ทำให้ฉันมีความสุข

และไม่กี่วันเราก็จะได้พบกัน...เราจะมีความสุขด้วยกัน

ในวันที่เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก จะได้พบกับ แคสสิโอเปียในประเทศเล็กๆแห่งนี้
8 décembre

ถ้าไม่เขียน...ต้องนอนไม่หลับแน่

วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ อยากจะบันทึกเอาไว้ คิดไว้ว่าจะบันทึกลงในไฮไฟว์ แต่ดันเข้าไม่ได้ซะนี่ ก็เลยกลับมาเก็บเรื่องราวในวันนี้ลงในห้องเก็บของเล็กๆแห่งนี้

ขอเริ่มตั้งแต่เช้า เช้าวันนี้เป็นวันเสาร์ก็จริงค่ะแต่มิบุต้องตื่นแต่ไก่โห่แบบวันที่ไปเรียนตามปกติ(เรียนท่านที่ยังไม่ทราบมิบุไม่ได้อยู่หออีกแล้วค่ะ กลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านแล้ว เป็นเด็กไปกลับ ไม่ใช่เด็กหอแล้วค่ะ) เพราะวันนี้มีสอบย่อยวิชาภาษาญี่ปุ่นค่ะ มิบุเองก็ย้ายเอกมาอยู่เอกญี่ปุ่นแล้ว และก็เพิ่งจะเรียนเทอมนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ห่างหายไปปีครึ่ง ถึงจะเป็นเรื่องราวที่เีัรียนมาแล้ว แต่มิบุมีความสุขทุกวันที่ได้เรียนค่ะ

แต่จะไม่สุขเพราะสอบนี่แหละ จริงๆแล้วมิบุก็ทำได้นะคะ มั่นใจประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ อีกสามสิบเผื่อใจเอาไว้ กลัวเข้าใจผิดและผิดพลาด
ที่ยากที่สุดคือแปลไทยเป็นญี่ปุ่น ....ยากแค่ไหนถ้าเทียบกับคณิตศาสตร์โจทย์ที่ได้มาคือโจทย์ระคนห้าชั้นได้เลยค่ะ

แต่ตอนที่ไปสอบเนี่ย คิดว่าจะไปแบบก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงแบบทุกครั้งที่ไปเรียน เพราะเช้าวันเสาร์จะมีเด็กออกไปเรียนพิเศษก็เลยรีบ เลยไม่เลือกรถโดดขึ้นสายแปด (ขอขยายความนิดนึงว่ารถเมล์สายแปดเป็นรถเมล์สายเอกชน(ขาวฟ้า)ที่ได้ชื่อว่าขับได้น่ากลัวที่สุด) คนขับก็รีบโคด คงนึกว่าตัวเองกำลังขับรถเหาะ ขับเร็วมาก ใช้เวลาแค่30นาทีจากปกติต้องหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ อาจเป็นเพราะอาทิตย์นี้หลายๆคนหยุดยาวด้วยก็ได้ แต่เราต้องมานั่งสอบเหอๆๆ

พอสอบเสร็จก็ทำตามแผนคือไปดูหนังเรื่องนึงที่อยากไปดูมากตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะเข้าฉายเมื่อไหร่ จนเพื่อนมาสครีมให้ฟังว่าวายนักวายหนา ในพันทิพก็มีกระแสหนังเรื่องนี้อยู่มาก
ไม่ใช่ว่าไม่อยากรีบดูหรอกนะคะ แต่เพราะแผนที่วางไว้มันล่มบ่อย เรื่องของเรื่องคือหนังไทยที่เป็นหนังสไตล์นี้เราต้องไปดูคนเดียวค่ะ ก็เลยหาเวลาปลีกตัวออกมายาก ยิ่งถ้าอยู่บ้านแล้วอยากจะเดินออกมาดูหนังคนเดียวนี่ไม่ได้เด็ดขาด มิบุก็เลยต้องอาศัยช่องหลีบเวลาแบบนี้ออกมาเพื่อดูหนังค่ะ

แล้วมิบุก็ได้ดูจนได้ทีแรกคิดว่าจะแห้วเพราะช่วงเที่ยงๆรถติดแต่ทันเวลาพอดีเลยค่ะ อีกเรื่องเพราะไม่ค่อยจะหิวมากด้วยเลยหาขนมกินก่อนเข้าโรงหนัง ก็อยู่ท้องแล้วค่ะ

ลืมไป...นี่เรายังไม่ได้บอกเลยว่า ไปดูรักแห่งสยามมา
ถึงจะเข้ามานานแต่มันยังไม่ได้ออกโรงไปนะคะ ยังพอมีรอบอยู่ ไม่อยากบอกว่าจองก่อนฉายหนึ่งชั่วโมงยังไม่มีคนจองเลยค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าคงจะได้ยึดโรงแล้วกรี๊ดดดดให้โรงแตก แต่ที่ไหนได้สักพักคนก็เข้ามากันเต็มโรงเลย พอฉากโต้งกับมิวออกมาทีไรก็กรี๊ดกันเป็นหมู่คณะ สุขใจมากๆเลยค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้มากเลย วายได้ใจเลยค่ะ นอกจากนี้สัญลักษณ์แฝงก็หาง่าย เรื่องนี้เข้าใจง่ายค่ะ ทุกอย่างดูลงตัวและเป็นธรรมชาติ ผกก.ทำให้เราหวนรำลึกถึงวัยเด็กได้ในฉากสมัยเด็กของมิวกับโต้ง ชอบมากค่ะ และสีของทั้งสองคน มิวสีเขียว โต้งสีฟ้า จะว่าไปสีของสองคนนี้ก็มีความหมาย

สีฟ้า ในภาษาอังกฤษคือ Blue มีความหมายถึงความเศร้า แต่สีเขียว จะใช้ในแง่ของความสงบ สดชื่น แทนความรู้สึกของตัวละครอย่างตัวของโต้งที่ตลอดเรื่องตั้งแต่พี่แตงหายไปโต้งแทบจะไม่ยิ้ม แต่พอเจอกับมิวโต้งก็จะยิ้มได้ สีเขียวของมิวทำให้โต้งผ่อนคลายและสดชื่นค่ะ เราเชื่ออย่างนั้น

และอีกจุดหนึ่งคือตอนจบ (ไม่อยากสปอยก็ข้ามไปเลยค่ะ) บางคนอาจผิดหวังว่าทำไมโต้งไม่คบกับมิวทั้งที่โต้งก็ตัดขาดจากโดนัท (ไม่ขอเอาทฤษฎีปฏิเสธซ้อนปฏิเสธในประโยคของโต้งที่พูดกับมิวในตอนจบนะคะ) แต่อยากจะให้สังเกตละครประวัติวันคริสตมาสที่ทั้งสองคนเล่นด้วยกัน โต้งเล่นเป็นแกะ มิวเล่นเป็นพระเจ้า และถ้าสังเกตโปสเตอร์ตรงหัวเตียง เป็นรูปไม้กางเขนสีดำบนฉากสีเขียว เราว่าโปสเตอร์นั่นแทนตัวของมิวค่ะถ้าจะให้อธิบายเราคิดว่าสำหรับโต้ง โต้งคิดว่ามิวเป็นพระเจ้าของเขา ส่วนโต้งคือลูกแกะที่หลงทางและสับสน โต้งรักมิวเพราะมิวให้สิ่งดีๆทำให้โต้งมีความสุข เหมือนพระเจ้าไงค่ะ แต่กับมิว มิวจะไม่คิดว่าโต้งเป็นแบบนั้น เราคิดว่าสำหรับมิวโต้งคงเป็นคนที่เขารักและอยากจะแชร์บางสิ่งบางอย่างด้วยกัน เพราะงั้นความรักของทั้งคู่จึงต้องจบลงแบบนี้ เพราะนิยามความรักของคนสองคนมันแตกต่างเกินไป เข้ากันไม่ได้ แต่ตอนท้ายถ้าจำตุ๊กตาไม้ที่โต้งให้มิวเป็นของขวัญสมัยเด็กแต่มันขาดจมูก พอโต้งให้จมูกมิวมา ก็เหมือนความสมบูรณ์แบบในตัว แม้มันจะเบี้ยวๆ(ตุ๊กตาในตอนจบหลังจากถูกมิวใส่จมูกให้จะหน้าเบี้ยวๆและจะออกแนวหน้าบูด) แทนความเศร้าจากความสมบูรณ์ที่ไม่สวยงามอย่างที่จะให้เป็น แต่เพราะส่วนประกอบที่หายไปอยู่ครบ เหมือนโต้งที่เคยหายไปจากมิวและกลับมาแล้ว กับถ้อยคำสุดท้ายที่โต้งบอก ก็ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู็่จะพัฒนาไม่ได้

มีรักก็ย่อมมีหวัง...ใช่ไหมค่ะ?

มีฉากเด็กอีกหลายฉากที่ชอบ ชอบที่สุดคือฉากจัดต้นคริสต์มาส ที่แม่ให้โต้งเอาตุ๊กตามาติดแล้วโต้งก็ไม่รู้ว่าจะติดยังไง จะเลือกตัวไหนดี  จนแม่แอบอารมณ์เสีย โต้งเลยบอกแม่ว่า
"เดี๋ยวถ้าแม่ไม่ถูกใจก็มาว่าโต้งอีก" คือไม่อยากบอกว่าประโยคนั้นเป็นประโยคที่มิบุพูดกับแม่ในใจบ่อยมาก โดยที่ไม่อาจออกมาเป็นคำพูดได้ มิบุจึงเงียบแล้วให้แม่บ่นไป แต่ประโยคของโต้งประโยคนี้มันโดนใจเรามากจริงๆ ชอบมากๆเลยคะ่ ยิ่งแม่บอกโต้งว่า "เลือกที่คิดว่าดีที่สุด" ฟังแล้วมันมีพลังขึ้นมาเลยค่ะ

ฉากต่อมาคือฉากช่วงปาร์ตี้มีฉากย่อยสองฉากที่ชอบคือฉากที่มิวร้องเพลงกันและกัน แล้วมองมาที่โต้ง โต้งก็มองยิ้มๆกลับไป โดยมีพี่จูนที่สังเกตการณ์แล้วเดาใจออกว่าสองคนนี้เขาคิดอะไรอยู่ เป็นฉากที่เรากรี๊ดมาก โต้งกับมิวนี่ยิงความรู้สึกรัวออกมาทางสายตาแบบไม่บันยะบันยังเลย พี่จูนก็ฮามากพยายามส่งซิกบอกมิวว่าเก็บอาการ...แต่ไม่มีใครสนใจ... สังเกตเสื้อโต้งให้ดีว่าเขียนข้อความว่าอะไร รู้เลยว่าโต้งมีความสุข กับฉากหลังงานปาร์ตี้ที่โต้งกับมิวกอดคอไปๆมาๆก็จุ๊บกัน คุณแม่แอบเห็น ...สุดๆเลยค่ะ ตอนจูบกันนี่ว่าหวานสุดยอดตอนที่แม่เห็นลูกชายจูบกับเพื่อนแล้วรับไม่ได้นี่ก็สุดๆเหมือนกัน ชอบมากๆเลยค่ะ

แล้วอีกฉากที่ชอบคือฉากที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงมากๆ พ่อตบแม่แม่ตีแล้วก็ด่าพ่อสารพัด ยิ่งคำว่า "ไอ้ขี้แพ้" เนี่ยสุดๆเลย สองคนนี้เขาเล่นดีจริงๆค่ะ บอกเลยว่าโดน

นอกจากนี้ยังมีฉากอีกมากมายที่ชอบ ชอบเพื่อนของมิวที่ชื่อเอ็กซ์ตอนที่เอาเอกสารมาให้มิวเซ็นต์ เอ็กซ์พูดดีมาก "ถึงเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังเป็นเพื่อน" หรือฉากของมิวกับอาม่า ชอบวิธีการพูดของอาม่าเวลาพูดกับมิว อีกฉากนึงที่ชอบคือฉากที่โต้งไปค้างบ้านมิวแล้วสองคนนอนกอดคอกัน....รู้สึกดีมาก

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เติมเต็มอะไรให้เราได้ ดูแล้วจรรโลงใจ อาจเป็นเพราะว่าเป็นสาววายและแอบไปทำการบ้านก่อนชมจึงพยายามเก็บรายละเอียดเต็มที่อย่างตั้งใจเลยค่ะ
จึงคิดว่าหนังเรื่องนี้ให้เราได้เต็มที่ เรามีความสุขกับมันมาก ฉากที่สยามเราก็ชอบเพราะต้องเดินผ่านประจำ ได้ข่าวว่าจะไม่มีสยามอีกเราคงคิดถึงที่นี่น่าดู

ชอบหนัังเรื่องนี้ ให้เก้าสิบเก้าเต็มร้อย เพราะไม่ชอบโดนัท... ดีแล้วที่โต้งบอกเลิก เหอๆๆ
11 mai

Just Talk พูดไปเรื่อยๆ

ไม่ได้มาอัพนานเกือนสองอาทิตย์แล้วมั๊ง เหมือนเป็นสัญญานหรือลางบอกเหตุอะไรสักอย่างเลยว่า
"จะต้องได้ดองสเปซแน่ๆ"
หายไปนี่กำลังแต่งฟิคเรื่องใหม่ เป็นฟิคดงบังชินกิค่ะ เอาฉากและอิมเมจมาจากการ์ตูนที่เราอ่านน่ะ เป็นช็อคฟิค 3-5 ตอน กับ ฟิคยาวที่เรากำหนดเรื่องว่าไม่เกิน 10 ตอน ทั้งสองเรื่องแนวแอคชั่นแฟนตาซีทั้งคู่เลยค่ะ เป็นแนวที่เราไม่เคยแต่งเลยแต่งยาก โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่เราหนักใจมากเลย ตอนนี้เลยลบแก้ใหม่ แล้วก็มีไฟล์ฉบับร่างเรื่องเดียวกันแต่ร่างไว้ 3 ไฟล์ จนเราไม่รู้แล้วว่าจะใช้ไฟล์ไหนดี ถ้าใครอยากอ่านก็รอนะคะ เพราะเราจะรอแต่งให้จบแล้วจะมาลงทีเดียวเลย
 
หายไปหลายวันเราก็อ่านการ์ตูนไปหลายเรื่องนะ ช่วงที่เราหายไปมีพักนึงเรารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหาย เหมือนเราเอาแต่มองข้างหน้า หงุดหงิด เบื่อ แล้วก็เครียดมาก ก็เลยลองทำอะไรแบบแต่ก่อนดู เพราะเรารู้สึกว่าทำไมแต่ก่อนเราถึงมีความสุขนะ เราลองคิดดูว่าตอนนั้นเราทำอะไร เราเลยลองเอาการ์ตูนเก่าๆมาอ่านดูก่อน เข้าบอร์ดการ์ตูนบ่อยขึ้น ดูอนิเม แล้วก็หาการ์ตูนหนุกๆอ่านเหมือนแต่ก่อน มีเรื่องนึงเป็นเรื่องของ อ.คนแต่งคนโปรดของเราเขาออกเรื่องใหม่มาด้วยหละ ชื่อ อ.อารินะ ทาเนะมูระ เราชอบเรื่องตามหาฟูลมูนของแกมาก เลยตามเรื่องเก่าๆของแก่มาอ่านโดยเฉพาะ ไทม์ สแตรนเจอร์ เคียวโกะ สามเล่มแต่สนุกมาก ส่วนเรื่องฟูลมูนก็เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เราเชียร์พระเอก คือ ทาคุโตะคุง อย่างออกหน้าออกตา ทั้งๆที่นางเอกของเราชอบเอจิคุงแท้ๆ แต่ยังไงนางเอกก็ต้องคู่กับทาคุโตะคุงอยู่แล้วแหละ แล้วเรื่องใหม่เนี่ยคือเรื่อง
 
The Gentleman Alliance Cross
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ซึ่งเราก็หยิบมาทันทีตอนไปซื้อโคนันเล่ม 51 เรื่องนี้เป็นเรื่องแรงของอ.อารินะที่ไม่ใช้เรื่องแนวแฟนตาซี(ทั้งที่หน้าปกจะดูเหมือนก็เถอาะ) ใจคิดว่านางเอกจะต้องมีพลังอะไรสักอย่าง แต่นางเอกเรื่องนี้ไม่มีพลังอะไร เป็นคนธรรมดา แต่เธอเคยเป็นนักเลงมาก่อน แบบว่านางเอกคนนี้ร่าเริงและบ๊องค์ๆแต่เธอมีความหลังที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวแค่เล่มแรกที่แพลมออกมาหน่อยๆก็ยอมรับว่าน่ากดดันมากแล้ว คิดว่าเล่มต่อไปจะต้องเข้มข้นแน่นอน รวมถึงความหลังของตัวละครอื่นๆทั้งพระเอก และ เพื่อนนางเอกคือ

แม่ดอกไฮเดรนเยีย อุชิโอะจัง >_<~

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 แบบว่าเป็นตัวละครที่ออกมาตอนแรกแล้วชอบมาก เป็นคุณหนูเรียบร้อย นิ่งๆ เชิดๆ ปากเสียนิดๆ ชอบเรื่องนี้เพราะอุชิโอจังเลยนะเนี่ย แถมแวลาที่อยู่กับนางเอกจะเป็นตอนที่อุชิโอะจังยิ้ม น่ารัก น่าเอ็นดูมาก ถ้าขายูริมาเห็นเข้าต้องจิ้นแน่เลย เราไม่ใช่ขายูริเรายังกริ๊ด (ไอเนะจัง(นางเอก)คู่กับอุชิโอะดีกว่า ไอ้ชิซิมาสะมันหยิ่งปล่อยมันไปวายกับมางุริเต๊อะ) แต่ยังไงนางเอกก็ต้องคู่กับพระเอกอยู่ดี แต่ที่เราเชียร์ก็ไม่ใช่เพราะพระเอกไม่ดีนะ เราแค่หมั่นไส้เพราะมันหยิ่งแต่พระเอกเป็นคนดีค่ะ

นอกจากจากเรื่องนี้เราก็ซื้อเรื่องบลีชต่อหลังจากที่ไม่ได้ซื้อมาอ่านนานสนุกเหมือนเดิม อยากอ่านถึงตอนที่อิจจี้ปลดปล่อยสวัสดิกะจัง แต่จริงๆเราพอรู้เรื่องแล้วนะคะเพราะเราอ่านสปอยในพันทิบช่วงนึง(ช่วงก่อนคลั่งเทพ) แต่หลังจากที่อิตจี้เจอไวซารด์ก็ไม่ได้อ่านอีก แล้วก็อ่านโคนันที่ออกเร็วโคนันเรารีบอ่านเพราะน้าเขาจะได้อ่านต่อหุหุหุ หนุกดี

อ่านการ์ตูนแล้ว เราเองก็ดูด้วยนะดูเรื่องลัคกี้สตาร์ น่ารักดี แอบฮาแต่บางมุขก็ไม่ค่อยเข้าใจเพราะนางเอกเรื่องนี้มันเป็นโอตากุอ่ะแล้วเราก็ไม่ได้ดูการ์ตูนทุกเรื่องเลยไปค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ดูเพลินๆ ดูแล้วก็อยากดูอีก กับอีกเรื่องคือ เรื่อง Malancholy of Suzumiya Haruhi เป็นเรื่องที่เราชอบ ตลกมากเลยสนุกด้วย เราว่าเรื่องฮารุฮิทำออกมาได้ดีมากนะแล้วเรื่องก็เข้าใจวัยรุ่นดีมากๆเลย ยิ่งเพลงประกอบนี่สุดๆ ตอนดูใหม่นี่แหละที่ทำให้เราไปหาเพลง God Knowsที่ฮารุฮิร้องในงานโรงเรียน ลองไปหาอนิเมเรื่องนี้ดูนะคะ

วันนี้ขอพอแค่นี้ดีกว่า เพลียมาก 

 

27 avril

การ์ตูนสองเล่มที่ซื้อล่าสุด

เมื่อวันจันทร์ผ่านมาเราว่าจะออกไปโอนเงินค่าฟิคสองเล่ม นึกว่าจะได้ออกไปร่อนคนเดียวที่ไหนได้ม่ามี๊จะออกไปทำธุระแถมพ่วงด้วยคุณ(ลูกพี่ลูกน้อง)น้องชายไปเจี๊ยะข้าวเที่ยงที่ห้างสรรพสินค้าหน้าปากซอย "เดอาะมอลล์บางกะปิ" อิอิอิอิอิอิ....(กรุณาอ่านเหมือนเสียงเอ็คโคที่เสียงจากดังไปเบา)
 
ด้วยเหตุนี้มิบุจึงมีคนไปเป็นเพื่อนทั้งที่ลึกๆไม่อยากเลย
ทำไมไม่อยากน่ะเหรอ...เพราะอิฉานอยากซื้อการ์ตูนน่ะเซร่ เพราะตอนแรกได้วางเริ่มตั้งแต่เช็คการ์ตูนออกใหม่กับกระทู้ของคุณคนไร้สาระในเว็บพันติ๊บห้องการ์ตูนเสียดิบดีจนได้การ์ตูนที่ออกใหม่มาถึงสองเล่ม นั่นก็คือ
 
Fruit Basket (เสน่ห์สาวข้าวปั้น) เล่ม 16 กับ Shin Cosume no Mahou(อยากจะสวยเราช่วยได้ ภาค 2) เล่ม 2
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ซึ่งทั้งสองเรื่องก็เป็นการ์ตูนที่เราตามอยู่พอดี พอออกมาปุ๊บเราก็อยากอ่านปั๊บ(แม้หนังสือที่ซื้อมาจากงานมากมายยังเหลือที่ไม่ได้อ่านอีกบานตะไท) แหมถ้าใครอ่านการ์ตูนจะเข้าใจดีถึงการรอคอย บังเอิญการ์ตูนสองเรื่องนี้กว่าจะออกแต่ละเล่ม ก็ออกแบบกลัวพิกุลจะร่วง ยิ่งเรื่องฟรุตบาสเก็ตด้วยแล้ว ถ้าจำไม่ผิดเล่มแรกๆยังราคา 30 บาทได้มั๊ง จนนี่ 40 บาทแล้ว แล้วญี่ปุ่นก็ออกรวมเล่มที่จบออกมาแล้วด้วย พี่ไทยเพิ่งถึง 18 แต่ก็ดีที่เรื่องมันเริ่มงวดเข้ามาแล้วค่ะ

เรื่อง Fruit Basket เขียนโดย อ.นาซึกิ ทาคายะ เป็นเรื่องของฮอนดะ โทรุ เด็กสาวมัธยมปลายฐานะลำบากที่กำพร้าพ่อตั้งแต่เล็ก ซ้ำร้ายแม่ของเธอเพิ่งเสียชีวิตไม่นานเพราะอุบัติเหตุ โทรุจึงอาศัยอยู่กับคุณปู่แต่เมื่อคุณปู่จะไปอยู่กับคุณป้า คุณป้าจึงซ่อมบ้านเตรียมให้คุณปู่มาอยู่ด้วย คุณปู่จึงขอให้โทรุไปอยู่บ้านเพื่อนก่อนที่บ้านของคุณป้าจะต่อเติมเสร็จ แต่โทรุเกรงใจเพื่อนๆจึงไปกางเต้นท์อยู่คนเดียวในป่า โดยไม่รู้ว่าเป็นพื้นที่บ้านของ โซมะ ชิงูเระ ซึ่งโทรุก็ถูกโซมะ ยูกิ เพื่อนร่วมชั้นชายดาวของโรงเรียนมัธยมปลายที่โทรุอยู่ ซึ่งยูกิและชิงูเระก็ตกใจมากที่โทรุอาศัยอยู่ในเต้นท์ ระหว่างที่กำลังตัดสินใจจะทำอะไรนั้นเองเต้นท์ของโทรุก็ถูกดินถล่มใส่ โทรุจึงได้เข้ามาอาศัยในบ้านของชิงูเระ โดยให้โทรุดูแลทำความสะอาดบ้านและทำอาหารตอบแทน จนกว่าบ้านของโทรุจะซ่อมเสร็จ แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะโทรุดันไปรู้ความลับของตระกูลโซมะด้วยความบังเอิญ และความลับที่ว่านั่นคือ "ตระกูลโซมะบางคนจะถูกวิญญานสัตว์ใน 12 นักษัตรสิงสู่ และเมื่อคนที่ถูกวิญญานนักษัตรสิงสู่ถูกคนต่างเพศกอด ก็จะกลายร่างเป็นสัตว์ตามวิญญานนักษัตรที่ตนถูกสิงสู่" ซึ่งทำให้โทรุต้องเข้าไปพัวพันกับตระกูลโซมะ ยาวนานถึง 23 เล่ม(เล่มจบ) แต่ที่สยามประเทศของเรายังแค่ 18 ซึ่งการเดินทางยังคงอีกยาวไกลนัก

เรื่อง ตระกร้าผลไม้นี้ เป็นการ์ตูนผู้หญิงที่ไม่หวาน ไม่เลี่ยน และไม่เน่า ผู้ชายอ่านได้สบายๆ ไม่มีฉากอย่างว่ามากมาย เน้นอารมณ์และความรู้สึกล้วนๆ มิบุชอบการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆค่ะ อ่านได้ไม่เบื่อเลยและยิ่งอ่านก็ยิ่งเข้าใจ และมีข้อคิดดีๆมากมายในคำพูดของตัวละครยิ่งถ้าได้อ่านเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคำพูดแต่ละคำเนี่ยกินใจสุดๆเลยค่ะ แล้วขอหัวเราะกับชื่อเรื่องไทยของเรื่องนี้ "เสน่ห์สาวข้าวปั้น" แบบว่าทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการ์ตูนทำอาหาร(ข้าวปั้น) แต่ความจริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย นึกแล้วก็ขำ

ส่วนพระเอกสองคน มิบุเชียร์เคียวให้คู่กับโทรุค่ะ มิบุชอบเคียวตั้งแต่แรกอยู่แล้วยิ่งอ่านก็รู้สึกว่าถ้าฉันต้องเลือกสองคนนี้ฉันคงเลือกเคียว เพราะเคียวดูเป็นผู้ชายธรรมดามากกว่ายูกิ ยูกิดีจริงแต่เขาเลิศเลอ แล้วดูเป็นเจ้าชายมาก แถมมิบุมีรสนิยมส่วนตัวที่จะชอบผู้ชาย(ในการ์ตูน)แบบนี้ด้วยมั๊ง แล้วยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าโทรุจะใส่ใจเคียวมากๆ เคียวเองก็ชอบโทรุอยู่นะคะ ยิ่งเล่ม 18 ตอนจบนะ โอยยยยมิบุไปอยากพูดเลย ยิ่งอ่านรู้สึกเหมือนแม่ที่ลูกชายจะพาว่าที่สะใภ้เข้าบ้าน(ฮา)

มาต่อที่เรื่องอยากจะสวยเราช่วยได้ภาค 2 กันบ้าง(เพราะถ้าไม่ต่อมิบุคงไม่ได้นอน) เรื่องนี้มิบุตามอ่านมาตั้งแต่ภาคแรกแล้วค่ะลองอ่านที่ร้านเช่าแล้วชอบ เป็นเรื่องที่เหมาะกับสาวๆที่อยากสวยจริงๆ เป็นเรื่องของทาคางิ เรโกะ BA(Beauty Advisor)หรือผู้เชียวชาญความงาม ของเครื่องสำอางค์ยี่ห้อ มาเบล แบรนด์ชั้นสูง(ยี่ห้อสมมตินะคะอย่าไปตามหาจริงๆล่ะ) ผู้ได้รับฉายาแม่มดแห่งเครื่องสำอางค์ ที่จะคอยแนะนำเครื่องสำอางค์เพื่อทำให้สาวๆ สวยงามทั้งร่างกายและจิตใจด้วยเวทย์มนต์แห่งเครื่องสำอางค์ของเธอ ซึ่งภาคแรก คุณเรโกะ มีผู้ช่วยคือ มิซึโนะ แต่มิซิโนะแต่งงานไปเรียนการแต่งหน้าเพิ่มเติมพร้อมกับรันมารุสามีที่นิวยอร์ค ภาคสองจึงได้ มัทซึอุระ อันซึ และฮิโรโอกะ ยูกิฮิโระ มาเป็นผู้ช่วยแทน โดยตอนนี้นอกจากจะช่วยใหญ่คุณสาวๆสวยขึ้นยังช่วยให้คุณผู้ชายหล่อขึ้นด้วย

มิบุชอบเรื่องนี้เพราะชอบเครื่องสำอางค์อยู่แล้ว แล้วเรื่องนี้อ.โมโมโกะ ไอคาวะ ก็ข้อมูลแน่นปึกเหมือนเคย มีภาพประกอบที่แต่งตามได้หรือทำตามได้ นอกจากนี้ยังเอามาผูกเรื่องได้อย่างสนุกสนานและน่าอ่านมาก เหมาะกับสาวไวมัธยมปลายขึ้นไปค่ะ เล่มนี้มิบุชอบที่มีท่าบริหารยืดหลังด้วย ถึงมิบุจะตัวไม่แข็งเท่าตัวละครในเรื่องแต่มิบุก็ทำตามนะคะ อยากตัวอ่อนๆแล้วก็...ไปอ่านเองดีกว่าไม่อยากพูดอายยยยย

สุดท้ายมิบุขอทิ้งท้ายไว้กับการ์ตูนออกใหม่ที่เพิ่งไปเช็คข่าวในพันติ๊บ ซึ่งเป็นเรื่องโปรดที่มิบุรอซึ่งก็คือ

XXXholic เล่ม 6 ค่ะ

มิบุจะออกไปซื้อให้ได้เลย รอมานานแล้ว อ้อ เล่ม 6 เป็นเล่มที่มิบุมีทั้ง เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่พออ่านออก และภาษาจีนที่ รู้เรื่องแต่ชื่อตัวละครกับคำทักทายอย่าง สวัสดี และ ขอบคุณ คราวนี้มิบุก็จะได้อ่านแบบรู้เรื่องเต็มที่และ Y เต็มที่ อิยะฮะฮะฮะฮะ(จุดประสงค์ของมิ๊บู่มีแต่วาย(ฮา))

แปะรูปปกเล่ม 6 ฉบับภาษาญี่ปุ่นให้ดูก่อนไป ดูมันเยินและสกปรกใช่ไหมคะ มิบุพกไปอ่านบ่อยค่ะมันเลยเป็นแบบนี้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

25 avril

วันครบรอบ 1 ปีที่เป็นสาวกดงบังชินกิ

มีวันนึงที่เรานึกสงสัยว่าเราชอบดงบังชินกิตั้งแต่เมื่อไหร่?
เคยบอกว่าชอบดงบังชินกิมาตั้งแต่ม.ปลาย แต่เราขอนับเอาตอนที่เราชอบดงบังชินกิมากๆแบบนี้
เราจำได้ว่าตอนนั้นเราเขียนลงไปในสมุดเล่มหนึ่ง(ที่เป็นทั้งไดอารี่ จดศัพท์แปลสปอย ร่างฟิค) ด้วยความบ้าคลั่งว่าชอบดงบัง เราเลยไปขุดสมุดนั้นมาดูจนเจอหลักฐาน
ในสมุดนั้นลงวันและเวลาเอาไว้
 
วันที่ 25 เม.ย. 2549 เวลา 2.11 น.
 
(คือเวลาที่มิบุเขียนไดอารี่จะชอบจดเวลาลงไปด้วย)
แล้วก็เขียนพล่ามถึงความหรูเลิศของดงบังชินกิ หลังดูเอ็มวีและดูละครบันจุนตอน Dangerous Love
ใจจริงเราอยากแสกนให้ดูนะแต่อ่านไปแล้วอายยยย
ไม่ให้ดูดีกว่า
 
เอาเป็นว่าขอรักดงบังไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ดงบังชินกิไปเรื่อยๆ จะพยายามไม่เบื่อง่ายๆนะ
แต่จะว่าไปเราก็ไม่เคยชอบดารานักร้องคนได้มากและยาวนานเท่าดงบังมาก่อนเลย
เคยมีบางช่วงที่คิดว่า...ฉันจะหยุดชอบเขาไหมนะ แต่เราก็ยังต่อไปได้ ไม่น่าเชื่อเลย เราเองก็ยังไม่เชื่อตัวเองเลย คิดดูสิ
 
ปล.ยูซอนแข็งแรงๆนะ คนอื่นๆก็อย่าหักโหม รักษาสุขภาพ ขอให้แข็งแรงๆนะ
ปล.สองขอแปะรูปมินิดงบังชินกิหน่อยนะ หุหุหุ
Credit:TVXQ Fiction
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

มินิดงบังชินกิ น่ารักเป็นบร้า....

23 avril

นามนั้นท่านได้แต่ใดมา ตอน ชื่อสเปซใหม่

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากเขียนมากๆแต่ลืมเขียนทุกที คือเรื่องของชื่อต่างๆ โดนประเดิมตอนแรกจากชื่อของสเปซชื่อใหม่ล่าสุดก่อน
ชื่อแรกของสเปซ http://chukajinjinjin.spaces.live.com แห่งนี้คือ spaceเล็กๆในcyberspaceใหญ่ๆ ซึ้งชื่อนี้เป็นชื่อที่มิบุไม่พอใจเท่าไหร่แต่เมื่อคิดออกก็เลยใช้ไปก่อน ตอนตั้งคิดถึงเพลง Big Big World ขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นชื่อแรก แต่เรากฌคิดว่ายังไงจะต้องหาชื่อใหม่เปลี่ยนให้ได้ คิดอยู่นานก็มาคิดออกเอาช่วงหลังสงกรานต์ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า ห้องเก็บของดีกว่า ปิ๊งไอเดียมาจากแม่ที่บ่นเรื่องของเยอาะรกบ้าน แล้วเราก็คิดว่าถ้ามีห้องเก็บของส่วนตัวก็ดีนะแม่จะได้ไม่รู้ ปิ๊งก็เลยได้ห้องเก็บของมาอย่างแรกเลย
ส่วน PANIC ROOM ไม่ไ้ด้มาจากหนังเรื่อง PANIC ROOM แต่อย่างได้ จริงๆมิบุคุ้นๆว่ามีการ์ตูนชื่อเรื่องคล้ายๆอย่างนี้ แต่มิบุอาจจะจำผิด ว่าจะไม่เอาแล้วเพราะมันคงไม่เกี่ยวกับคำว่าห้องเก็บของเท่าไหร่ แต่คิดไปๆ มิบุเป็นคนที่ข้าวของเยอาะ เวลาเก็บของก็ไม่ค่อยเป็นที่ชอบยัดๆมารวมกัน (ดูลิ้นชักจะรู้ความมั่วของมิบุ) เวลาเปิดห้องเก็บของของมิบุที่มีของมากมายกองสุมๆกัน คงต้องผงะกับไปเป็นแถบ ก็เลยตกลงใช้ชื่อนี้

ไปๆมาๆก็เลยได้ชื่อ PANIC ROOM:ห้องเก็บของของมิบุ มาใช้อย่างในปัจจุบัน
โดยตั้งใจว่าจะเก็บสะสมข้าวของต่างๆไปเรื่อยๆ ไม่ว่ามันจะมีสาระหรือไม่มีสาระ และ อนาคตมิบุจะยังรักหรือทิ้งมันไป แต่มิบุจะเก็บมันไว้ที่นี่ให้เยอาะ เปิดออกมาจะได้ผงะ เพราะเรื่องต่างๆที่เก็บอยู่ในห้องเก็บของห้องเล็กนี้เยอาะแยะมากมายเหลือเกิน

ไว้วันหลังจะมาเขียนที่มาของชื่ออื่นๆอีกนะคะ

MV BoA - Sweet Impact เอ็มวีที่เรากำลังติดมากๆ

เราชอบดูเอ็มวีมากๆเลยค่ะ หายไปไม่มาอัพสเปซเราก็ไปดูเอ็มวีที่มีอยู่ในเครื่องแล้วก็คลิปดงบังมา(ของซูจูเราก็ดูนะแต่มันมีน้อยอ่ะ)

มิบุมองว่าเอ็มวีเป็นส่วนสำคัญของเพลงเลยนะคะ ถ้าเพลงเพราะๆมีเอ็มวีดีๆเพลงก็จะยิ่งเพราะ แต่เพลงบางเพลงเพราะแต่เอ็มวีไม่ดีก็ทำให้ไม่อยากฟังเพลงนั้นขึ้นมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้เกลียดนักร้องคนนี้ไปเลยก็มี

เพราะอย่างนี้มิบุก็เลยขอเอาเอ็มวีมาใส่ใน Category(ประเภท) Music Box ด้วย แต่ขอเว้นเอ็มวีที่มีความเกี่ยวข้องกับซูจูหรือดงบังที่จะเอาไปใส่ใน Category TVXQ+SJ นะคะ

และเอ็มวีตัวแรกใน Music Box ของมิบุ คือ Sweet Impact ของ BoA ค่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ก่อนอื่นมิบุขอเท้าความถึงนักร้องสาวคนนี้ซะก่อนเผื่อคนที่ยังไม่รู้จักเธอ

BoA(โบอา) หรือ ชื่อจริง กวอน โบอา เกิดวันที่ 5 พ.ย. 2529 เป็นนักร้องสาวเกาหลี ที่มีพรสวรรค์ และความสามารถ เธอเข้าวงการตั้งแต่อายุ 10 ปี ในสังกัด SM Entertainment และด้วยความสามารถเกินพิกัดของเธอทำให้เธอโด่งดัง และออกซิงเกิลในประเทศญี่ปุ่น ในความดูแลของ Avex Track ด้วย ปัจจุบันเธออายุ 20 ปี และออกซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นมาแล้ว 21 ชุด เพลง Sweet Impact นี้เป็นซิงเกิ้ลลำดับที่ 22 ของเธอ

มิบุได้ดูเพลงนี้ครั้งแรกที่เว็บไซต์สามัญประจำตัวของมิบุ หรือ ปิงบุ๊ค ต้องยอมรับว่าโบอาเนี่ยมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ เราเองก็ไม่ใช่แฟนเพลงของโบอาแต่ก็ชมเอ็มวีของเธอหลายตัวอยู่ทั้ง Valenti เวอร์ชั่น ญี่ปุ่น และ เกาหลี, Double, Shine we are, Rock with you, Dakishimeru, Key of Heart โดยเฉพาะตัวท้ายสุดที่มิบุเก็บมาไว้ดูเพราะดงเฮเขาเล่นเป็นพระเอก แต่เอ็มวีเพลงนี้เนี่ยจะเรียกว่าเป็นเอ็มวีได้รึเปล่าก็ไม่รู้ มันเหมือนโฆษณามากกว่า ถ้าไม่ลืมมิบุจะเอามาให้ยลกันนะคะ ก่อนอื่นไปชมภาพตัวอย่างเอ็มวีกันก่อน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ภาพตัวอย่างอันนี้มิบุเอามาจากไฟล์ .wmv ที่เป็นขนาดเล็กนะคะ มีขนาดใหญ่แต่เป็น .mpg นะคะ ไฟล์ใหญ่มิบุยังโหลดไม่เสร็จเลยเสร็จแต่ไฟล์เล็ก ถ้าไฟล์ใหญ่เสร็จมิบุจะเอามาลงให้นะคะ

ยังไงก็ลองโหลดไปดูนะ โบอาน่ารัก แล้วก็เต้นเก่งมากๆค่ะ 

โหลดเอ็มวี   จิ้มตรงนี้เลย

มา อีดิท ไฟล์ใหญ่ๆให้ค่ะ โหลดช้า แต่สวยนะ   จิ้มตรงนี้เลย

 

20 avril

My Simple Life ตอน ชีวิตธรรมดาของคนขี้เกียจ

ช่วงนี้เกิดภาวะสมองตันอีกแล้ว หลังจากส่งน้องชายกับน้ากลับปัตตานีไป เขียนช็อคฟิคเรื่องนึงก็เกิดอาการสมองไหล...
เขียนอะไรไม่ออก ขนาดสเปซก็ว่าจะไม่เขียนแล้วนนะเพราะไม่รู้จะเขียนสเปซเรื่องอะไรดี
ตอนนี้มีของเล่นใหม่เป็นโปรแกรมโชว์ภาพตัวอย่างเอ็มวี ไว้สำหรับเขียนเรื่องเอ็มวีต่างๆที่เราดู ส่วนใหญ่ก็ดูเอ็วมีดงบังนั่นแหละ
พูดถึงเอ็มวีดงบังก็นึกเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเราออก
มือถือของเรา ชื่อน้องซีอา ได้ทำระโยชน์ให้เรานอกจากฟังเพลงกับเล่นเกมและโทรออก ตอนนี้มันยังดูเอ็มวีได้ด้วย มิบุก็เลยจัดการโหลดเอ็มวีดงบังซูจูใส่ลงไป แล้วพกลงไปดูที่ชั้นล่างด้วยจิตใจที่เปี่ยมสุข
แต่พูดถึงความสุข ข่าวที่ซูจูทั้งสี่คน อีทึก ฮยอคแจ ชินดง คยูฮยอน ประสพอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยเฉพาะคยูฮยอนที่น่าสงสารมากๆ เราขออวยพรให้เธอหายเร็วๆ และขอให้ทุกคนแข็งแรง
มิคกี้ยูซอน วงดงบังชินกิเองก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคหอบกำเริบ เนี่องจากโหมงานหนักเหมือนกัน ขอให้หายป่วยและแข็งแรงนะ
จริงๆนะ ทุกครั้งที่เราอวยพรพวกเขาทีไรเราจะชอบบอกให้เขามีสุขภาพแข็งแรง เพราะเราอยากให้เขาแข็งแรง แล้วเขาก็จะได้ปรากฏตัว มีงานให้เราดูเยอาะๆ ถ้าดีก็มาประเทศไทยด้วย
ฟังดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวเนอาะ แหงหละ ยอมรับ
ยังไงก็หายเร็วๆนะ
เรา
ขี้เกียจเขียนซะแล้ว ไปก่อนนะ บาย
เจอกันเอนทรี่หน้า
 
18 avril

[My Girl Serie Short Fan Fiction]Let it Smile{ความในใจของซอจองวู}

Title: Let it Smile {ความในใจของซอจองวู}
Category: So Jongwoo Point of View
Paring: Gongsan/Jongwoo [My Girl Serie]
Rate: G: กุ๊กกิ๊กน่ารักหวานแหวว ไม่มีฉากร่วมเพศ คำหยาบคาย และความรุนแรง
Talking: ก่อนอื่นต้องขอโทษแฟนละครเรื่อง My Girl ด้วยนะคะ ที่มิบุต้องเอาพระเอกและพระรองมาจิ้นวายเยี่ยงนี้ อยากบอกว่าเรื่องนี้มันจิ้นได้หลายฉากสุดๆเลย ขอโทษจริงๆที่มิบุเป็นสาววาย แต่เรื่องนี้มันไม่ได้วายรุนแรงเท่าไหร่(เหรอ?) ก็แหมดูดีๆก็เหมือนเป็นห่วงกันตามประสาเพื่อนเท่านั้นเอง อิยะฮะฮะฮะ
ฟิคนี้ใช่เวลาแต่งแค่ 1 วัน ความยาว 4 หน้า word มิบุเอาชื่อเรื่องมาจากชื่อเพลงโปรดของมิบุ ชื่อ Let it smile ของ Misia เป็นเพลงภาษาญี่ปุ่น ตอนพล๊อตฟิคมิบุก็มีพล๊อตแค่ว่าจองวูทำให้กงซันยิ้ม เลยนึกถึงชื่อนี้และเพลงนี้ขึ้นมาพร้อมกันเลย ฟิคเรื่องนี้ก็เลยใช้ชื่อนี้ แถมเนื้อเพลงยังคล้ายเนื้อเรื่องอย่างไม่ได้ตั้งใจซะด้วย
จะว่าไปมิบุเคยแต่งฟิคดงบังโดยใช้เพลงนี้เป็นธีมเหมือนกัน แต่แต่งไม่จบ กงซันจองวูเลยได้ไปก่อน และเพราะมีเพลงเป็นธีมเรื่องนี้จึงใช้วิธีการเขียนแบ่งวรรคเหมือนเนื้อเพลง ก็เลยออกจะแปลกซักหน่อย

อ้อ อัพโหลดธีมซองให้ฟังด้วยลองโหลดไปฟังดูนะคะ
Let it Smile ของ Misia คลิ๊กที่นี่

Warning: Short Fiction คือ "เรื่องแต่ง" ที่มีความยาวไม่เกิน 3 ตอน มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Yaoi หรือ Boylove ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ลึกซื้งระหว่างเพศชายด้วยกัน หากใครไม่ชอบกรุณาปิดไปซะ อนึ่งฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการส่วนตัวของผู้เขียนล้วนๆ อย่าคิดมากนะจ้ะ ก็บอกแล้วว่ามันคือเรื่องแต่งไม่ใช่เรื่องจริง


เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก

เราเรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน วันหยุดก็ไปเที่ยวด้วยกัน และชอบไปตีสควอชด้วยกัน

แค่สองคน แค่เราสองคน

ตัวผม กับเขา

ซอจองวู กับ ซอลกงซัน

 

กงซันเป็นคนที่ขยันและเอาจริงเอาจังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

เขาติดนิสัยเข้มงวดและเจ้าระเบียบจากปู่ ซึ่งกงซันชอบปฏิเสธเสมอว่าเขาไม่เหมือนคุณปู่ของเขาสักนิด

ความรู้สึกรับผิดชอบของกงซันที่คุณปู่ถ่ายทอดให้ ทำให้กงซันเป็นคนยิ้มยาก

ผมถึงชอบแกล้ง ชอบแหย่ให้กงซันแสดงสีหน้าอื่นๆ เหมือนที่คนทั่วไปแสดงออกมาบ้าง

นอกจากทำหน้าเฉยๆ กับเอาคิ้วมาพันกัน

 

กงซันก็คงจะรู้ละมั๊งว่าที่ผมชอบแกล้ง ชอบแหย่ เพราะอะไร

กงซันถึงแอบยิ้ม แอบหัวเราะเมื่อผมเดินหนี หรือหันหน้าไปอีกทาง โดยไม่ให้ผมรู้

แต่ผมก็รู้หรอกน่า ก็พวกเราสนิทกันมากๆเลยนี่

แค่รอยยิ้มของกงซันที่วาดขึ้นน้อยๆบนใบหน้าของกงซันเพียงชั่ววูบ ก็ทำให้ผมรู้สึกดี และสบายใจมากๆแล้ว

ตอนนั้นผมเลยคิดว่า ผมจะทำให้กงซันยิ้มเยอาะๆ และจะไม่ให้เขาต้องเศร้าเวลาที่อยู่กับผม

คิดแค่นั้นจริงๆนะ...

 

หลังจากนั้นกงซันก็ร่าเริงอย่างเด็กทั่วไป ทำให้คุณพ่อคุณแม่ และป้าโบรา กับคุณซางจี สบายใจขึ้น

ทุกครั้งที่ผมไปเล่นกับกงซันที่บ้านคุณปู่ ป้าโบราจะชอบบอกผมว่า ถ้าไม่มีจงวู...ป้าคงไม่รู้ว่ากงซันยิ้มเป็น

ผมเลยคิดว่า มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่ทำให้กงซันยิ้มได้

นี่ผมหลงตัวเองมากไปรึเปล่า...

 

แล้วจู่ๆผมก็เริ่มรู้สึกว่ากงซันแปลกๆไป โดยเฉพาะรอยยิ้มของเขา กงซันเริ่มยิ้มมากขึ้น แต่บางครั้งก็เหม่อลอย

เหมือนคนที่กำลังมีความรัก

แต่คงไม่จริงหรอก ถึงสาวๆจะชอบกงซันมากพอๆกับที่ชอบเขา แต่กงซันก็ไม่ได้สนใจใคร

...ไม่สิ...มีอยู่คนนึง...คิมเซฮยอน ดาวของชมรมเทนนิส...

ช่างเถอาะ ถ้าเกิดว่าเธอจะทำให้กงซันยิ้มได้มากกว่าที่ผมทำได้ ผมก็ยินดีที่จะให้พวกเขารักกัน

แย่ชะมัดเลยนะ ที่วูบนึงผมก็อิจฉาเธอ มันควรที่จะเป็นผมมากกว่าที่ทำให้กงซันยิ้ม

ฮะฮะฮะ...ผมหัวเราะ แต่ผมไม่เข้าใจตัวเองสักนิด

ที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้เพราะหวงเพื่อน หรือ หึงเพื่อนกันแน่

 

สวัสดีค่ะ หนูชื่อคิมเซฮยอนค่ะ คิมเซฮยอนกำลังแนะนำตัวให้กับทุกคนในบ้านคุณปู่

คิมเซฮยอนเป็นเด็กผู้หญิงที่สวย และน่ารัก แม้ว่าเธอจะตัวใหญ่ไปหน่อยเมื่อเทียบกับสาวเกาหลีคนอื่นๆ เพราะความที่เธอเป็นนักกีฬา แต่เพราะกงซันตัวโตกว่า และยังหน้าตาหล่อ มาดขรึม ดูแล้วเหมาะสมกันมาก

คุณพ่อ คุณแม่ ป้าโบรา แม้แต่ตัวคุณปู่ก็ยังชื่นชมเธอ

คุณซางจี ก็ยังยิ้มมองดูพวกเขาอย่างเอ็นดูแล้วก็ชื่นชม

ส่วนคุณแม่ของผม ก็เหน็บแนมป้าโบราที่เอ็นดูว่าที่หลานสะใภ้อย่างออกหน้าออกตา แค่ในใจก็คิดชื่นชมอยู่

แล้วผมหละ

ซอจองวูคนที่เป็นเพื่อนสนิท เพื่อนรัก เพื่อนตาย ของซอลกงซัน ผมควรจะทำยังไง

ไม่ยากเลย

ผมก็แค่ยิ้มและยินดีกับเขา ก็แค่นั้นเอง

 

เซฮยอนเข้ามาในชีวิตของกงซันมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เขายิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ

การเข้ามาของคิมเซฮยอน ไม่ได้ทำให้ผมต้องห่างจากกงซัน

เซฮยอนต้องไปซ้อมเทนนิสบ่อยๆ เพราะเธอต้องไปแข่งตามที่ต่างๆ แต่ถึงจะห่างกันก็ไม่ทำให้ความรักของเซฮยอนและกงซันต้องสั่นคลอน

พวกเขายังโทรหากัน บางครั้งก็ไปทานข้าวด้วยกัน และยังซื้อสร้อยคอแทนใจให้ด้วย

ตอนนี้กงซันคงมีความสุขมากๆ ผมก็มีความสุขที่เขามีความสุข

โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวว่า

ความสุข จะหายไป

 

วันนั้นแม่ผมรับโทรศัพท์ที่ป้าโบราโทรมาบอกว่าพ่อกับแม่ของกงซันประสบอุบัติเหตุ

ผมกับแม่รีบไปโรงพยาบาลทันที

ที่โรงพยาบาล หน้าห้องฉุกเฉิน

สีหน้าของแต่ละคนไม่สู้ดี โดยเฉพาะศิลปินสาวผู้มีอารมณ์อ่อนไหวอย่างป้าโบราที่ร้องไห้จนตาและจมูกแดงไปหมด

แม่เข้าไปคุยกับป้าโบราและคุณปู่

ส่วนผมเดินไปหากงซันที่ยืนก้มหน้าอยู่เงียบๆ แล้วตบบ่ากงซันเพื่อปลอบใจ

ไม่นานหมอก็ออกมา แล้วบอกกับพวกเราว่า เสียใจ

พ่อแม่ของกงซันตายแล้ว

 

หลังจากพ่อแม่ตายกงซันก็จัดงานให้พวกเขาอย่างดี

ผมกับแม่ไปช่วยทุกวัน

ทุกวันผมเห็นกงซันมีใบหน้าที่เฉยเมยคล้ายกับแต่ก่อน

ที่ว่าคล้าย

เพราะแววตาตอนนั้นไม่เหมือนกับตอนนี้

ตอนนี้กงซันกำลังร้องไห้

เพียงแต่ไม่มีน้ำตาจะหลั่งออกมา ก็แค่นั้น

 

เวลานั้นผมคิดว่าผมควรจะให้กงซันสบายใจขึ้นบ้าง

ผมนึกถึงผู้หญิงที่ทำให้กงซันยิ้ม ผู้หญิงที่เป็นแฟนของซอลกงซัน และผู้หญิงที่ไม่เคยปรากฏตัวในงานศพตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

คิม เซฮยอน

ผมโทรไปหาเธอ เพราะผมคิดว่าเธออาจยังไม่ทราบ

เธอทราบ และเธอก็บอกผมว่าเธอยังยุ่งกับการเตรียมตัวไปแข่งขันเทนนิสอาชีพของเธอ

แต่ผมมองว่ามันคือข้ออ้าง งานศพมีหลายวัน เธอก็รู้นานแล้วจากปากของกงซัน แต่เธอไม่มา

วินาทีนั้นผมถึงเข้าใจ

คิมเซฮยอนไม่ได้รักซอลกงซันเหมือนที่ซอลกงซันรักคิมเซฮยอน

ผมจึงต่อว่าเธอ

เธอบอกให้ผมเข้าใจ ว่าเธอต้องเลือกอนาคตของเธอ แต่ผมไม่เข้าใจสักนิด

ถ้าเธอรักกงซัน ก็ควรเป็นกำลังใจให้เขาในเวลาที่เขาท้อแท้

คนที่รักกันเขาไม่ทำแบบนี้

 

ในที่สุดเธอก็หายไป

เธอบอกเลิกกงซัน เธอทิ้งเขาไปเมืองนอกเพื่อตัวของเธอเอง

ทุกคนในบ้านคุณปู่และบ้านผมรับรู้เรื่องราวเหล่านี้

พวกเราทุกคนเกลียดคิมเซฮยอน

เกลียดที่เธอทำให้กงซันเศร้า เกลียดที่เธอเอารอยยิ้มของกงซันไปจนหมด

กงซันกลายเป็นคนเย็นชาอีกครั้ง

 

กงซันกลายเป็นคนบ้างาน และเข้มงวด

ผมไม่ชอบจริงๆที่กงซันเป็นแบบนี้

อยากให้เขายิ้มเหมือนก่อน

ไม่ต้องเท่าตอนที่อยู่กับเซฮยอน

แต่ยิ้มเหมือนตอนเด็กๆที่เราเล่นด้วยกัน

อยากให้เป็นแบบนั้น

ผมจะทำยังไงดีนะ

 

ผมนั่งคิด

ยืนคิด

นอนคิด

เดินคิด

คิด

คิด

คิด

ในที่สุดก็คิดออก

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง

กงซันนี่ป้าเองนะ...

ครับ

เจ้าตัวดีมันหายไปไหนก็ไม่รู้ ช่วยป้าตามหาหน่อยได้ไหม

ครับ...ผมจะจัดการให้ครับ

กงซันวางหูโทรศัพท์

พร้อมรอยยิ้มน้อยๆเช่นวันวาน

 

Fin

 

 

Let it smile Extra ความในใจของซอลกงซัน

 

ทุกครั้งที่จองวูมาที่บ้านจะไม่ยอมกลับ

เพราะเขาไม่มีพ่อ คุณป้าซอก็ทำงานหนัก

จองวูเลยต้องไปแอบ

ผมก็หาจองวูเจอทุกที

ทุกครั้งที่เจอจองวูผมก็จะยิ้มด้วยความโล่งใจ

ตอนนี้ผมรู้ว่าจองวูอยากให้ผมยิ้ม จองวูอยากให้ผมสบายใจ

ก็เลยต้องหนีไปเที่ยวให้ผมตามหาบ่อยๆ

 

วางใจเธอซอจองวู ซอลกงซันยิ้มได้แล้ว

 

Fin-Let it smile Extra ความในใจของซอลกงซัน

13 avril

Korean Boom ตอน Lee Hyori มีดีมากกว่า Sexy

จากเดิมที่คิดชื่อ Entry ไม่ออก นับวันชักจะตั้งชื่อแต่ละ Entry ได้เวอร์ขึ้นทุกทีๆ
ถึงวันนี้เราจะยังเขียนอะไรไม่ออกเช่นเคยแต่ก็จะขอเขียนเรื่องเพลงที่เราฟังไปเรื่อยๆก็แล้วกันนะจ้ะ
 
เมื่อชื่อเอ็นทรี่เป็น "Korean Boom" ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันนี้มิบุจะมาแนะนำเพลงเกาหลี ของเธอคนนี้
 
Lee Hyori (อี ฮโยรี) ค่ะ
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

มิบุรู้จักและฟังเพลงของเธอเพราะช่วงนึงมิบุเข้าเว็บปิงบุ๊คไปเช็คข่าวเทพดงบังชินกิและลิงซุปเปอร์จูเนียร์บ่อยๆ แล้วเว็บนี้เขามีMVเพลงเกาหลีและฟังเพลงแบบออนไลน์ด้วย นอกจากนี้คลิปอื่นๆอย่างโฆษณาและรายการทีวี รวมถึงไลฟ์ต่างๆ เขาก็หามาให้ชม แถมยังอัพเดตมากๆค่ะ แต่มิบุไม่ค่อยดูในเว็บเท่าไหร่ มิบุจะดูรายชื่อเอ็มวีแล้วไปเสริชหาใน ยูธูป แต่ตอนนี้ยูธูปโดนบล๊อคเราคงต้องเปิดดูในนั้นเลย แต่ถ้าจะเปิดดูมิบุจะใช้ IE แทนจิ้งจอกไฟ เพราะ จิ้งจอกไฟมันดูเอ็มวีกับฟังเพลงในนั้นไม่ได้ค่ะ

เมาท์ออกปากอ่าวไป เอาเป็นว่าเราดูคลิปโฆษณาโทรศัพท์มือถือ Samsung Anycall ชุด Anystar ซึ่งมีอีจุนกิ เล่นเป็นพระเอกมิบุก็เลยดู ถึงจะฟังไม่ออกซับไตเติ้ลก็ไม่มี แถมโฆษณายังยาวมากเหมือนดูละครสั้นๆอยู่แต่มิบุก็ชอบ อีจุนกิเท่ห์ค่ะ แล้วก็ทำให้มิบุพลอยสนใจอีฮโยรีไปด้วย เพราะอีฮโยรีเต้นเก่ง เต้นสวย แถมยังหุ่นดีมากๆ ส่วนสวยเธอก็สวยอยู่แล้วแหละ อีกอย่างเธอเป็นนักร้องหญิงที่ขายดีมีคนชอบเธอเยอาะนะ อย่างที่บอกไปแล้วว่านอกจากเธอสวยเธอยังทีความสามารถ โดยเฉพาะการเต้น หลังจากดูโฆษณาชุดนี้ฉันก็ลองหาโฆษณาของเธอในยูธูปเพราะเธอถ่ายโฆษณาหลายชุด โดยเฉพาะ Samsumg Anycall ที่เธอเล่นโฆษณาให้หลายชุด แต่ฉันขี้เกียจดูเพราะมันค่อนข้างยาว ฉันเลยเลือกดูเอ็มวีแทนเพลงที่ดูคือ 10Minute เป็นเพลงสไตล์ฮิปฮอบหน่อยๆ เราโหลดเพลงนี้เก็บไว้ในเอ็มพีสามของเราด้วยหละ แล้วเพราะมันเพราะอย่างนี้นี่เองเราถึงไม่แปลกใจที่จะมีคนติดตามผลงานของเธอเยอาะขนาดนี้

อีฮโยรี เธอเคยเป็นสมาชิกในวง Girl Group ชื่อ Fin.K.L. มาก่อนพอปี 2003 วงFin.K.L.ก็แยกวงไปทำงานที่ตนเองอยากทำก่อนกลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง อีฮโยรีจึงตัดสินใจทำอัลบั้มเดี่ยวในแนวเพลง Hip-Hop , Funky, Dance, Ballad, R&B (หลายแนวจนตรูล่ะเง็ง) ซึ่งฮโยรีก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ไม่นานมานี้ฮโยรีก็เพิ่งออก Digital Single ให้แฟนๆลองโหลดไปฟังกันถึง 3 เพลงแถมยิงทีเซอร์เอ็มวีของ 3 เพลงนี้ ซึ่งเอ็มวีทั้ง 3 ก็เป็นเอ็มวีสไตล์ซีรี่ย์ เรื่องต่อกันทั้ง 3 ตอน ซึ่งลีดองกัน(พระเอกเรื่องMy Boyfriend is Type B)มาเล่นด้วย น่าดูทีเดียวค่ะ มิบุก็รอชมนานแล้วยังไม่มาซะที ถึงอย่างนั้นฮโยรีก็เริ่มโปรโมทแล้วและออกไลฟ์ตามรายการต่างๆเยอาะแยะเลยค่ะ

1. Toc Toc Toc เพลงนี้ออกมาเพื่อให้อีฮโยรีเต้นโดยเฉพาะ จังหวะมันส์ค่ะแล้วมิบุก็ดูLiveที่เธอไปแสดงแล้ว เต้นสวย แล้วก็เซ็กซี่ตามแบบฉบับของเธอจริงๆ ส่วนเนื้อเพลงไม่ทราบว่ามิบุจะทะลึ่งคิดลึกรึเปล่า แต่จากที่อ่านคำแปลเนื้อเพลง มิบุคิดออกแต่เรื่องบนเตียง(ฮา) เอาเป็นว่ามิบุจะแปะคำแปลภาษาอังกฤษให้ลองพิจารณาเอาเองละกันนะคะ แต่ถ้าจะโหลดก็คลิ๊กชื่อเพลงได้เลย

Toc Toc Toc Lyric Translation

Credit: http://www.z-degrees.net/forums/lofiversion/index.php/t7048.html

I can feel you secretly looking at me
I can hear you coming closer to me
Until I can feel your footsteps at my door
My heart races with butterflies Hot in here

Together we play
without nobody knowing
I will invite you now
to this night's fantasy

Knock for me Baby Toc toc toc
Open my heart Honey please please please
Tonight we are Crazy Tonight i'm your Lady
This feeling like fire goes On and on and on and on

Like the moist rain, my lips become moist
Like the whispy wind, I begin to breathe
When your hands feel me from head to toe
the time where we burn like the sun Hot in here

Together we play
without nobody knowing
I will invite you now
to this night's fantasy

Knock for me Baby Toc toc toc
Open my heart Honey please please please
Tonight we are Crazy Tonight i'm your Lady
This feeling like fire goes On and on and on and on

2. Geu Nyul Reul Sarang Hah Jee Mah (Don't Love Her) เพลงจังหวะกลางๆถ้าพูดถึงเพลงนี้เป็นเพลงที่มิบุไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเหมือนเพลงเกาหลีอื่นๆที่มิบุฟัง แต่มิบุกลับชอบเนื้อเพลงของเพลงนี้ค่ะ เพลงนี้เล่าถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่แฟนนอกใจไปหาหญิงอื่น แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องบอกเขาในใจว่า อย่าได้ไปรักเธอเลย เพราะฉันคือคนที่รักคุณมากมายเหลือเกิน ซึ่งถ้าฟังเพลงโดยไม่ได้อ่านคำแปลเนี่ยจะไม่คิดเลยว่าเนื้อเพลงเศร้าขนาดนี้ เราอยากเก็บคำแปลไว้จัง เพราะงั้นขอแปะไว้ตรงนี้ละกัน

Don't Love Her Lyric Translation

Credit: http://music.tuantrinh.info/listen.php?s=20498

What to do when love leaves
I was never taught
Like i am going to love you today
I still wait for you
I saw her in your arms
looking so happy
I wanted to say, that where she stood
was my spot
Don't love her, Don't forget me
Am I not enough for you

Love can make everything whole
You were the one that said that
Without you in this world, Without you I
don't have the courage to live a day
Give me the courage in my heart
so I can wait for you..

When I draw you in the dark sky
You are like a sad star sign
No matter how I try to cover you, I doesn't work
You are like fate
Don't love her, Don't forget me
Am I not enough for you

Love can make everything whole
You were the one that said that
Without you in this world, Without you I
don't have the courage to live a day
Give me the courage in my heart
so I can wait for you..

I want to let you go, i want to forget you
But I loved you for so many days
that I don't know where to start
When will I be able to laugh
When I see someone that looks like you, When I just walk past someone
I think it'll be you
Without you I don't think it's possible to live
Come back to me..

3. Jahn Soh Ree(Scolding) เพลงช้าที่ทำให้เรารู้ว่าเสียงฮโยรีเพราะมากๆ เสียงฮาโมนิก้าเด่นมากๆฟังแล้วให้อารมณ์เหงาๆ ห่วงหาอย่างบอกไม่ถูก เราฟังเพลงนี้ไปพร้อมกับพิมพ์ไปอยากบอกว่าเสียงของฮโยรีถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมากๆ เราฟังแล้วสะเทือนใจไปด้วย แอบเห็นเบื้องหลังตอนที่ฮโยรีถ่ายเอ็มวีนี้เธอร้องไห้ด้วย ไม่รู้ว่าเพราะบทในเอ็มวีรึเปล่าแต่เราดูแล้วยิ่งได้อารมณ์เศร้าอย่างรุนแรง แถมเราชอบเพลงเศร้าซะด้วยเลยชอบเพลงนี้มากที่สุดใน 3 เพลงเลย เนื้อเพลงเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เลิกกับผู้ชายแต่เธอก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่เธอจึงสั่งลาเตือนเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะไป เพราะเธอไม่อาจดูแลเขาได้อีกแล้ว เนื้อเพลงน่ารักแต่เศร้ามาก ขอเก็บเนื้อเพลงไว้ตรงนี้อีกละกัน

Scolding Lyric Translation

Credit: http://music.tuantrinh.info/listen.php?s=20497

You have to shave
Keep your shirts wrinkle free, One cup of coffee per day
Try to stop smoking and avoid salty and spicy foods
You have to, now, practice being alone too.

Don't start drinking because I'm no longer there
I mean, Look after yourself
Don't be a fool and keep everything in
Say what you want to say
Don't be sick because I'm no longer there
Don't skip any meals
Even if this is all annoying and you can't be bothered, please..

Don't go to Apgujong too much
There are too many pretty girls there, it makes me worry/anxious
Affectionate and kind women are usually two faced
Don't cheat on anyone, I'm watching everything

Don't start drinking because I'm no longer there
I mean, Look after yourself
Don't be a fool and keep everything in
Say what you want to say
Don't be sick because I'm no longer there
Don't skip any meals
Even if this is all annoying and you can't be bothered, please..
I am worried about leaving you all alone..

I have only been nagging you till now
I can't look at your face and i've been saying other things
Just remember when I was ugly and bad
and practice forgetting me

I will say it once more
Don't be sick and don't skip any meals
Even if this is all annoying and you can't be bothered, please..
I have only been nagging you before I leave

จะโหลดเพลงไหนคลิ๊กที่ชื่อเพลงไปลองฟังเลยค่ะ 

ยังไงช่วงสงกรานต์อากาศร้อนๆ ก็ใจเย็นๆนะคะ ถ้าไปเล่นสงกรานต์ก็ขอให้ปลอดภัยนะ แต่ถ้าใครไม่เล่นอย่างมิบุ ลองฟังเพลงให้ใจสงบก็ไม่เลวนะค่ะ ว่าแต่สงกรานต์ปีนี้มันก็ไม่ค่อยร้อนเท่าก่อนวันสงกรานต์เลยเนอาะ ดูครึ้มๆด้วยช้ำ ขอเติมเรื่องรักษาสุขภาพด้วยก็แล้วกันเนอาะ^^ 

ขอให้ฟังเพลงให้สนุก เจอกันเอ็นทรีหน้าค่ะ

 

12 avril

My Simple Life ตอน ไร้...อารมณ์

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกวันพฤหัสซึ่งต้องไปหาหมอจะต้องมาเขียนทุกทีเลย
แต่พฤหัสนี้มันไม่มีอารมณ์จะเขียนเลย ทั้งๆที่เรามีเรื่องมากมาย มิบุจะชอบเขียนอะไรตามอารมณ์น่ะคะ ฟังเหมือนดูเอาแต่ใจตัวไปหน่อย แต่ถ้าเขียนด้วยความรู้สึกจะเขียนได้ยาวและเยอาะมาก ดูตัวอย่างจากเอ็นทรี่ที่แล้วก็ได้ค่ะ เขียนได้เยอาะเลย แถมตอนเขียนมิบุไม่เมื่อยเลยนะ สบายๆ มีความสุขตอนเขียนมาก
แต่สองวันมานี่เขียนไม่ออกเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะช๊อคมา แล้วก็รู้สึกเซ็งกับอะไรบางอย่าง มันเลยเขียนไม่ออก
ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องดีนะคะ มิบุได้ปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ สบายหัวมาก แล้วก็คิดพล๊อตฟิคได้หลายเรื่อง แต่เป็นฟิคสั้นนะคะ เพราะฟิคยาวยังตันอยู่เลย มิบุใส่รายละเอียดเยอาะมากมันเลยยากมากค่ะ ว่าจะรื้อตอนแรกแต่งใหม่แต่ยังไม่ว่างเลย นอกจากนี้ยังมีฟิคออริจินัลคือเป็นตัวละครที่มิบุคิดเอง
แต่ว่าแนวเรื่องมันออกจะเสียดสีสังคม แล้วค่อนข้างแรง กลัวเพื่อนอ่านแล้วจะช๊อค (ฮา)
ตอนนี้เลยคิดก่อนว่าจะเอายังไง แถมฟิคเก่าอีกต่างหาก แต่ฟิคเก่าไฟล์หายคิดแล้วยังเศร้า นี่ฉันคงต้องแต่งใหม่แต่ต้น แต่อารมณ์มันไม่ได้แล้วหละ หง่า
 
พอแค่นี้ดีกว่า บอกแล้วว่าไม่มีอารมณ์จะเขียน
รู้แต่ว่าต้องมาเขียน มันก็เลยได้แค่นี้แหละค่ะ
10 avril

จุดเริ่มต้นของหัวใจ...ให้ดงบังชินกิ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

วันนี้เปิดบอร์ดฟิคดงบังชินกิ ไปเจอกับกระทู้นึงที่เราเคยตอบไปแล้ว แต่เพราะว่างจัดเลยเปิดเข้าไปดู ก็อยากอ่านความเห็นของคนอื่นบ้าง และหัวข้อกระทู้นั้นก็ถามว่า

"คุณชอบดงบังชินกิเพราะอะไร"

เราตอบลงไปในกระทู้นั้นแล้วล่ะ แต่เราอยากจะเขียนลงที่นี่อีกที เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเขียนนานแล้ว แต่ไปเขียนเรื่องอื่นซะก่อน วันนี้ฤกษ์ดี มีใจพร้อมที่อยากจะเขียนอะไรก่อนนอน และเราจะเริ่ม ณ บัดนี้...

ย้อนเวลากลับไป...ตอนที่ฉันยังอยู่ม.ปลาย ไม่แน่ใจว่าม.ไหนกันแน่...ตอนนั้นฉันยังอยู่บ้านเดิม คอนโดที่สุขุมวิท 59

เป็นช่วงเวลาที่ฉันชอบดูChannal V กับ MTV มากๆ และวันนั้นจำได้ว่าฉันเปิดดูรายการ Remote Control และก็ได้พบกับ MV ของนักร้องชาย 5 คน ความที่ฉันเรียนภาษาญี่ปุ่นมา ทำให้ฉันแยกออกว่า เด็กผู้ชายน่าตาน่าเอ็นดูกลุ่มนั้น เป็นคนเกาหลี ฉันเพลิดเพลินกับดนตรีที่น่ารัก เสียงที่ทำให้ฉันสบายใจจนต้องคลี่ยิ้มออกมา จนลืม ที่จะดูชื่อนักร้องและชื่อเพลงที่ปรากฏขึ้น แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

วันต่อมาฉันเปิดรายการนั้นอีกครั้งเพื่อรอ MV นั้น ฉันเห็นชื่อของนักร้องกลุ่มนั้น เขียนว่า TVfXQ เพลง Hug แต่อะไรนะ? นักร้องกลุ่มนั้นชื่อ TVfXQ เหรอ? ชื่อแปลกจัง ไม่สิ แชนแนลวีอาจพิมพ์ผิดก็ได้ ครั้งนึงยังเคยพิมพ์ชื่อเพลงผิดเลย แล้วทำไมวีเจถึงไม่พูดอะไรกับเอ็มวีนี้เลยฟระ ให้ข้อมูลนักร้องหน่อยเซร่ แต่วีเจ ก็ไม่พูดอะไรออกมาสักแอะ เวลาผ่านไปสามสีวัน MV นี้เปิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับวีเจที่เริ่มทำงาน คนก็ขอเอ็มวีนี้มากขึ้น ฉันก็เปิดแต่แชนแนลวีรายการนี้เพื่อหวังจะได้เจอพวกเขา โดยเฉพาะผู้ชายใส่ชุดอเมริกันฟุตบอล ขยิบตาให้ทุกวัน

ไม่นานเท่าไหร่นักฉันก็รู้ว่าพวกเขาคือ ดงบังชินกิ และก็ต้องแปลกใจว่าทำไมนักร้องเกาหลีต้องใช้ชื่อวงการตลกๆแบบนี้ด้วยนะ ฉันนึกสงสัยแต่ก็ไม่เคยจะหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะตอนนั้นสิ่งที่ฉันชอบคือการ์ตูน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือก็ต้องหนังสือการ์ตูน นิตยสารก็ต้องเกี่ยวกับการ์ตูน เน็ตก็ต้องเปิดบอร์ดหรือเล่นเว็บการ์ตูน ประกอบกับแม่ที่อยากดูอยากอื่นนอกจากแชนแนลวีจึงเริ่มประท้วงลูก ฉันจึงหยุดที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารของดงบังชินกิ

และฉันยังมีความเชื่อบางอย่างด้วย...เพราะแม่ฉันและตัวฉันเคยอ่านบทความที่เขาเขียนถึงผู้ชายชาติต่างๆ คนเกาหลีก็คือหนึ่งในนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกแย่กับผู้ชายเกาหลี และมีอคติกับนักร้องเกาหลี เพราะฉันเคยถูกกระแสโปรโมทหลอกลวงฉันมาก่อน ฉันจึงไม่อยากให้กระแสเกาหลีมาทำแบบนี้กับฉันอีกครั้ง เพราะอย่างนี้ฉันจึงพลอยไม่ชอบดงบังชินกิไปด้วย

จนเวลาผ่านไป เมื่อดงบังชินกิออกอัลบั้มชุดที่ 2 ฉันได้ดูเอ็มวี Rising Sun เวลานั้นฉันปล่อยวางไม่ได้เกลียด แต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายนัก แต่ก็สร้างกระแสให้กับเพื่อนฉันบางคน จึงมีเพื่อนคนหนึ่งเอา MV Warning ของ SS501 มาเปิดให้เพื่อนดู ยอมรับว่าเอ็มวีนั้น SS501 เท่ห์มากแล้วเรากับเพื่อนๆที่ได้ดูก็ชอบ แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไร

เพราะพวกเขา่ดูดี แต่มันยังไม่ประทับใจ ดูสวยงาม แล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านั้น

หรืออาจเป็นเพราะตอนนั้นฉันยังมีอะไรทำมากมาย ฉันยังมีความสุข และฉันอาจจะยังมีสิ่งที่รักอยู่แล้วก็ได้...

คืนวันผันผ่านจนถึงเวลาที่ฉันกำลังรอคอยเพียงลำพัง เป็นช่วงเวลาปิดเทอมที่เครียดที่สุดในชีวิต แล้วฉันก็เหงาเหลือเกิน ฉันต้องย้ายออกจากบ้านที่สุขุมวิท 59 มาอยู่บ้านของน้าที่แฮบปี้แลนด์ บางกะปิ วันแรกๆฉันไม่มีอะไรจะทำเลย ช่วยขนของ แล้วก็นอน ช่วงนั้นฉันนอนเร็วมาก อ้อตอนนั้นสอบโอเน็ตเอเน็ทเสร็จครบพอดี ฉันขาดการติดต่อกับเพื่อนๆไปนานจนกระทั่ง พ่อให้คนมาทำเอดีเอสแอล ฉันถึงมีอะไรทำ ได้คุยกับเพื่อนๆ ได้เปิดบอร์ดอ่านสปอย โหลดแสกนการ์ตูนมาอ่าน ตอนนั้นฉันสบายใจขึ้นมาก เพราะการ์ตูนที่ฉันขนมาถูกห่อไว้ฉันไม่กล้าแกะออกมาอ่าน(จนบัดนี้) มันจึงทำให้เวลาก่อนหน้าติดเน็ตมันน่าเบื่อสำหรับฉัน

หลังจากที่ติดเอดีเอสแอล ทุกอย่างก็ดีขึ้นมากฉันสบายใจขึ้น เริ่มร่าเริง แต่ลึกๆฉันกังวลกับโอเน็ตและเอเน็ทฉันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย ตัวฉันที่นั่งอยู่เฉยๆแต่หัวใจมันเหนื่อยเหมือนวิ่งอยู่ตลอดเวลา และฉันยังคงว้าเหว่ตอนนั้นฉันคิดว่าถ้าฉันมีพี่ชายก็น่าจะดีนะ พี่ชายที่เข้มแข็งและปกป้องน้องสาวอย่างฉัน แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฉันเป็นลูกคนเดียว แล้วลงท้ายจะให้มีพี่ชายตอนนี้ฉันไม่เอาดีกว่า แต่นี้ก็เหมือนการเฟ้อฝันแล้วจางหายไป

เหมือนลมวูบหนึ่งที่พัดมาให้สดชื่น...จากนั้นมันก็ผ่านไป

ท่ามกลางช่วงเวลาที่ยังไม่แน่นอนของโอเน็ทเอเน็ทที่เริ่มจะคลี่คลาย นั่นเพื่อนของฉันก็ส่งคลิปอันหนึ่งมาให้ฉันดู เขาบอกว่ามันเป็นคลิปวายที่เอามาโพสในพันทิพ อารมณ์เหมือนคู่รักหวานแหววในฟิค ฉันได้ยินคำว่าวายก็หูผึ่ง คลิกดู เพราะฉันชอบวายนะ เพื่อนฉันบอกว่าของวงดงบังชินกิ ฉันรับรู้มานานแล้วว่าพวกเขามีความสัมพันธ์แบบนี้เพราะเคยมีรูปหลุดออกมาก่อน แต่ฉันยังเฉยๆ แต่หลังจากฉันดูคลิปวีดีโอนั้นจบ ฉันก็รู้สึกว่า

"กล้าเนอาะ...ทำไปได้...ไม่ห่วงภาพพจน์เลยนะเนี่ย"

แต่ว่ามันก็น่ารักมาก ฉันได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนอีกคนที่ดูคลิปนั้นแล้วเกิดอาการแบบเดียวกับฉันโดยการสืบเสาะจนรู้ว่าเอ็มวีตัวนั้นมาจากการตัดต่อละครที่เขาเล่น ชื่อ Dangerous Love แล้วฉันก็หาเรื่องเต็มมาดู แล้วก็ดูเรื่องเต็มหลายรอบ แล้วเริ่มหาข้อมูลว่า คนนี้ชื่ออะไร ไม่นานฉันก็ได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนที่บอกทางฉันไปดู Dangerous Love แบบเต็มๆที่มีซับ (ตอนแรกดูแบบไร้ซับ ดูไปขำไป กริ๊ดไป ทั้งที่ฟังภาษาเกาหลีไม่ออกซักตัว) ให้ไปอ่านฟิคของคนๆหนึ่งชื่อเรื่องว่า Love Fool ฉันชอบอ่านฟิคโดยเฉพาะฟิควายอยู่แล้ว ประกอบกับสำนวนการแต่งดี อารมณ์เหมือนละครเกาหลี และความรู้สึกที่เหมือนของจริง ทำให้ฉันสนใจดงบังชินกิมากขึ้น ฉันสมัครเข้าบอร์ดแฟนคลับที่โพสฟิคเรื่องนี้ แล้วเริ่มอ่านฟิคเรื่องอื่นๆไปด้วย และฉันก็ไปซื้อซีดีดงบังชินกิมาฟัง ซีดีอัลบั้ม Rising Sun น่าแปลกที่ฉันชอบเพลงในอัลบั้มนั้นทุกเพลงและมักจะเปิดเพลงดงบังชินกิฟังก่อนนอน

เพียงเวลาแค่ไม่กี่เดือนฉันดูคลิปดงบังไม่รู้กี่คลิปต่อกี่คลิป อ่านประวัติและบทความของดงบังไม่รู้กี่บท อ่านฟิคไม่รู้กี่เรื่อง ฟังเพลงไม่รู้กี่เพลง

แต่สิ่งที่ฉันรู้คือ ฉันรู้เรื่องของดงบังชินกิมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกชอบมากขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญฉันรู้สึกสบายใจและมีพลังเวลาที่ได้ฟังเพลงของเขา ถึงฉันจะยังรู้สึกเหงาเพราะฉันอยู่คนเดียวแต่ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงของดงบังก็เหมือนฉันไม่ได้อยู่ตามลำพัง เสียงของพวกเขาปัดเป่าความเหงาในใจฉันไป พัดพาความอ่อนล้าของฉันไป ทุกครั้งที่ได้อ่านบทความ ได้ดูคลิปที่พวกเขาทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน พวกเขาดูอบอุ่นและรักกัน ฉันก็รู้สึกมีความสุขและได้รับความอบอุ่นนั้นมาด้วย

ยิ่งตอนนั้นฉันได้ฟังเพลง 明日は来るから(Asu Wa Kuru Kara) ทำให้ฉันท้อแท้สับสนและไร้กำลังใจ มีพลังมากขึ้น

แล้วตอนนั้นฉันก็รู้และยอมรับกับตัวเองว่า...ฉันรักดงบังชินกิซะแล้ว

แม้ว่าฉันจะติดตามพวกเขา ซื้อซีดีของเขา อ่านบทความของเขา อ่านฟิค ดูคลิปของเขา และไปดูคอนเสิร์ตของเขามาแล้ว แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าฉันยังไม่เป็นแฟนคลับที่ดี ฉันอาจจะยังไม่เป็น Cassiopia ที่ดีนัก แต่ฉันก็จะติดตาม และเป็นกำลังใจให้เขาต่อไป เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยให้กำลังใจฉัน แม้เขาจะไม่เคยรู้ แม้ว่ามันเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สำหรับคนขี้เหงาที่จิตใจอ่อนแออย่างฉัน แค่นี้ก็พอแล้ว

กับดงบังชินกิ ฉันเองก็ยังไม่เคยชอบนักร้องคนไหนเท่านี้มาก่อน บอกตามตรงว่าฉันมองข้ามทุกอย่างได้หมด ไม่ว่าเขาจะมีอดีตที่เลวร้าย หรือบางครั้งก็ทำผิดพลาด (อย่างที่ครั้งนึงแจจุงเคยโดยจับข้อหาเมาแล้วขับ) หรือเรื่องเล็กน้อยอย่างการทำสีผม ทรงผม หรือแส่เสื้อผ้าแปลกๆ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงว่าไปแล้วแต่ตอนนี้ฉันกลับยอมรับ และชมเขา เป็นศิลปินคนแรกที่ทำให้ฉันคิดว่าจะติดตามเขาต่อไป ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็ตาม โดยที่ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และเป็นศิลปินคนแรกที่ฉันยอมเสียเงินไปดูคอนเสิร์ตคนเดียว เพราะอยากเห็นหน้าแม้จะดูจากที่ไกลๆก็ตาม

ฉันคงรักดงบังชินกิจริงๆนั้นแหละ

แม้อนาคตไม่แน่นอน แล้วตัวฉันก็ไม่แน่นอน ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนขี้เบื่อ สักวันฉันอาจจะเลิกรักดงบังชินกิก็เป็นได้ แต่ฉันจะไม่มีวันลืมพวกเขา และตอนนี้ฉันก็จะติดตามเป็นกำลังใจให้เขาต่อไป

ถ้าพวกคุณให้ฉันเป็นแคสสิโอเปียที่อยู่บนฟ้า ฉันก็จะเป็นแคสสิโอเปียที่สาดแสงเป็นกำลังใจให้คุณเสมอไป

ปล.เหมือนพวกคลั่งเลยนะ มีใครคิดอย่างนั้นรึเปล่า แต่เราว่าเรายังธรรมดานะ หรือไม่ธรรมดาหว่า? ไม่รู้สิ

9 avril

เพลงที่ดังก้องในใจ...Jay Chou

เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบจู่ๆเราก็นึกถึงเพลงที่เราเคยฟังตอนอยู่หอ
ขอเท้าความก่อนว่าตอนอยู่หอใหม่ๆเรายังคิดถึงยูบีซีที่บ้าน ตามประสาคนที่ชอบดูเอ็มทีวี แชนแนลวี เพราะเราชอบดูเอ็มวี มากกว่าหนังหรือละครซะอีก ก็มันจบเร็วดีนี่นา และเพราะเราชอบฟังเพลงด้วย ซึ่งหอพักเราก็มีเอ็มทีวีกับแชนแนลวีนะ แต่ดันเป็นเอ็มทีวีกับแชนแนลวีจีนอ่ะ แต่ก็ยังดีที่ไม่เปิดแต่เพลงจีน วันไหนโชคดีก็เจอเพลงเกาหลี ดงบังชินกิ ซุปเปอร์จูเนียร์ เพลงญี่ปุ่นก็มี เพลงฝรั่งด้วย แต่ก็ต้องเปิดเพลงจีนมากกว่าอยู่ดี
แต่เราก็ไม่รู้จักใครหรอกนอกจาก เจย์โชว์ จำได้ว่ามีช่วงนึงเปิดเจย์ถี่มากเพราะจะมีคอนเสิรต์ของเขา เลยโปรโมทให้เจย์ เปิดเพลงของเจย์คนเดียวเลย แต่ของเขาก็ดีนะ เราก็ชอบเพลงของเขาหลายเพลง แถมเอ็มวีบางตัวทำเป็นเรื่องเหมือน Serie ซึ่งเราชอบเอ็มวีแบบนี้มากที่สุด เจย์เขียนบทและกำกับเองเล่นเองอีกต่างหาก อย่าง Twilight's Chapter Seven ที่ดูสนุกมาก แต่ที่เราชอบที่สุดคือเพลงนี้
Qian Li Zhi Wai หรือ Faraway
เหตุผลก็เพราะมันโรแมนติคดี เอ็มวีดีเพลงก็เพราะ โดนสุดๆ มีโอกาสเราเลยไปโหลดเมื่อวาน แล้วไปดูเอ็มวี ชอบมากๆเลย ระหว่างที่หาเพลงเราก็ได้รู้ว่าเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Still Fantasy

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ในอัลบั้มนี้นอกจากจะมีเพลง Faraway แล้วยังมีเพลง Twilight Chapter Seven แล้ว ยังมีเพลง Ju Hua Tai (Chrysanthemum Flower Bed) เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Curse of the Golden Flower ที่เราไปดูแล้วชอบมากเพลงนี้ออกมาตอนจบเรื่องพอดี ฟังแล้วซึ้งสุดๆ เลยโหลดมา 2 เพลง

เพลง Faraway(Qian Li Zhi Wai) ที่ Featuring กับ นักร้องรุ่นเก๋าของไต้หวัน ชื่อ เฟยยู่ชิง (Fei Yu Qing) นอกจากนี้ดนตรียังมีการนำเครื่องดนตรีโบราณมาประกอบ เหมาะกับเนื้อเพลงที่เจย์แต่งเอง ซึ่งบอกเล่าถึงชายคนหนึ่งที่มั่นคงกับรอคอยคนรักของตนเอง แม้ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาหรือไม่ แม้จะรู้ว่าการลาจากทำให้เขาเจ็บปวดเพียงได้ แม้จะเสียใจกับการปล่อยให้เธอไป แต่ผู้ชายคนนี้ยังรักเธอ จดจำความสวยงามของเธอ และเลือกที่จะรอเธอตลอดไป

เพลง Chrysanthemum Flower Bed (Ju Hua Tai) เพลงประกอบภาพยนตร์ Curse of the Golden Flower ซึ่งเปิดขึ้นมาตอนจบเรื่อง อยากบอกว่าคำแปล (แม้จะแปลเป็นภาษาไทย) ฟังแล้วไม่เข้าใจ แต่ถ้าดูหนังเรื่องนี้แล้ว พาลให้นึกถึงฉากตอนท้ายๆ โดยเฉพาะความรักที่บริสุทธ์ของเหยียนเจี๋ยบุตรชายคนรองที่ช่วยเหลือฮองเฮาผู้เป็นแม่ของเขา แม้จะต้องถูกตีตราว่าเป็นกบฏ และรู้อยู่เต็มอกว่าไม่อาจสู้ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาได้ นึกขึ้นมาแล้วเพลงนี้ก็ได้อารมณ์และกินใจมากๆ ใครดูหนังเรื่องนี้แล้วเชื่อว่าต้องชอบเพลงนี้แน่นอน (แนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยเลย...มันไม่ได้มีดีแค่หน้าอกกงลี่นะก๊ะ)

ลองโหลดไปฟังดูนะจ๊ะ กดตรงชื่อเพลงนี่แหละ แต่ถ้าอยากดูMV Faraway ก็ไปทางนี้นะ แนะนำเลย

8 avril

Like...Balloon...

ก่อนหน้านี้ได้เอา XXXholic เล่ม 4 มาอ่านอีกครั้ง
คุณยูโกะบอกเราว่า "คำพูด" คือ "โซ่ตรวน" ของมนุษย์
กล่าวคือ คำพูดที่เราพูดจะส่งผลที่ตัวเรา เช่นกันคำพูดของคนอื่นด้วย
โซ่ตรวนนี้เปรียบดังพลังที่เรามองไม่เห็น ไม่เห็นว่ามันพันธนาการเราเอาไว้ตลอดเวลา
ฉันท้อแท้กับคำพูดอันเลวร้ายที่ออกมาจากจิตสำนึกของตัวเอง ฉันไม่เคยพูดออกมา แต่ฉันนึกถึงมัน
คำพูดที่น่าหดหู่นั้นทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวด ไม่ต่างอะไรกับการทรมานตนเองสักนิด ยิ่งเป็นการทรมาณหัวใจ มันเจ็บช้ำอยู่ข้างใน
...ช้ำชอก...
ฉันรู้สึกอย่างนั้น ไม่มีวันหาย มันเจ็บช้ำอยู่อย่างนั้น ไม่ต่างกับโรคเรื้อรัง
เช่นเดียวกับคำพูดจากคนอื่น
สายตาของคนอื่น
มันทำให้ฉันรู้สึกแย่
จะบอกว่าไม่แคร์ ให้ฉันลืมมันไป เหมือนสายลมที่พัดผ่าน ผ่านมาแล้วผ่านไป
เสียใจ
กับตัวเอง และคำพูดของคนอื่นที่ทำร้ายฉัน เสียใจที่ฉันจดจำมันได้
ฉันอยากลืมเช่นกัน อยากปล่อยวาง อยากละทิ้ง
ทว่าโซ่ตรวนนั้นยังพันธนาการฉัน...ฉันอดคิดถึงมันไม่ได้ ฉันลืมไม่ได้เลย
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังทำตามแนวทางของฉัน
โซ่ตรวนของฉันคนเดียวเท่านั้น เพราะครั้งหนึ่งการทำตามคำพูดคนอื่น มันทำให้ฉันไม่สามารถคงความเป็นตัวของคนเองอยู่ได้
มีนักปรัชญาเคยพูดว่า "มีตัวตนคือไม่มีตัวตน" เราไม่ต้องพยายามทำอะไรเพื่อตัวตนขนาดนั้น
แต่ฉันก็บอกแล้วว่าฉันละทิ้งไม่ได้ ฉันละทิ้งตัวตนของฉันไม่ได้ ฉันจึงทำตามโซ่ตรวนของคนอื่นไม่ได้
นั่นจึงทำให้ฉันแปลกแยก
และเพราะการแสดงตัวตน การแสดงธาตุแท้ของฉัน
ยิ่งทำให้ฉันถูกแยกออกไป
แย่เนอาะ
มันไม่ต่างกับลูกโป่ง ตัวของฉัน หัวใจของฉัน มันลอยไป
มันทำให้หัวใจของฉันเบลอ เบา แต่เจ็บปวด
ลมที่มองไม่เห็นก็พัดฉันออกไปไกลขึ้น
การล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวมันทำให้ฉันเหงา และเจ็บปวด
แต่นึกอีกที การอยู่รวมกันกับลูกโป่งใบอื่นก็ทำให้ฉันอึดอัด และทำให้ฉันเหงาและเจ็บปวดไม่ต่างกัน
ถ้าเช่นนั้น ฉันไปดีกว่า ลอยออกไปดีกว่า ไปให้ไกล ไกลจากที่ๆน่าอึดอัดนั้น
แล้วฉันจะอธิษฐานกับการเดินทางครั้งใหม่ ให้ฉันได้พบกับดินแดนแห่งความสุข ที่ๆฉันจะได้อยู่อย่างสบายใจ
ไม่ต้องอึดอัด และไม่ต้องอยู่ลำพัง
ไม่ต้องเหงา ทั้งๆที่มีคนอยู่มากมาย
นึกถึงเพลงของ โอรุฮะเรื่อง โคลเวอร์เลยหละ
"อยากมีความสุข...อยากมีความสุขเหลือเกิน"
ขอให้ฉันได้พบด้วย...ฉันอยากพบเหลือเกิน
ไม่ต้องเป็นความรักที่หวานซึ้ง
แต่มิตรภาพที่แน่นแฟ้นก็พอ...ขอคนที่ทำให้ฉันไม่ต้องเจ็บปวดกับโซ่ตรวนจากฉัน และจากใคร
คนที่ไม่มีวันทรยศ...แค่นั้นก็พอ
ขอให้ฉันได้พบกับเขาด้วยเถิด.........

ปล.อ่านแล้วอย่าคิดมาก เราแค่อึดอัด อยากพูด เลยพูดในนี้ แค่นั้นเอง
7 avril

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 34...มหกรรมเสียสตางค์แห่งปี

สวัสดีตอนกลางคืนค่ะ กลับมาจากการทำภาระกิจที่แสนเหนื่อยอ่อน แล้วมาเขียนบล๊อควันนี้ตรงมาที่บล๊อคทันที
 
ซึ่งมิบุก็ถือว่านี่เป็นฤกษ์ดีที่จะเขียนCetegoryใหม่ Book Shelf ซึ่งก็คือชั้นหนังสือของมิบุ จะมีการพรีวิวหนังสือที่มิบุอ่านลงในนี้ ซึ่งมิบุจะค่อยๆเอามาอ่านและทำเป็นเรื่องย่อเอาไว้ที่นี่ ทุกเล่มเลยค่ะ ตั้งแต่นิตยสาร การ์ตูน นิยายต่างๆ
 
และก็จะขอประเดิมEntryแรกของCetegoryนี้ด้วยการ Preview(เรียกง่ายๆคืออวดหนังสือ) ที่ซื้อมาในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 34 ที่มิบุไปมาวันนี้ ซึ่งงานนี้มิบุรู้จักและไปงานครั้งแรกตอนปี 2545 งานนี้จะจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดปีละ 2 ครั้งช่วงปิดเทอม มิบุไปตลอดเลยไม่มีพลาดค่ะ
 
เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของมิบุด้วยมิบุจึงอ้อนขอตังค์ซื้อหนังสือจากป่าป๊า(พ่อ)ของมิบุ(ทั้งที่ตัวเองก็มีตังค์...แต่ลองอ้อนดูเผื่อฟลุ๊ค) ได้ตังค์มา 2000 บาท(พอดีกับงบที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ) ซื้อหนังสือเหลือประมาณ 120 บาท จ่ายค่าข้าวไป 50 (ข้าวที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แพงโหดมาก) นอกนั้นก็ไปทำบุญหยอดตู้ไป 20 อีก 15 ซื้อไอศครีม เหลืออยู่นิดเดียวเอง มาดูดีกว่าว่าซื้ออะไรมาบ้าง
 
ทั้งนี้จะขอเรียงตามลำดับการซื้อเลยนะคะ อ้อ ต้องขอโทษที่ภาพประกอบอายไม่สมประกอบรีบถ่ายรีบลง กดชัตเตอร์รัวเลยค่ะ ถ่ายอย่างเดียว ลืมปรับโหมด แต่ถึงมันจะเบลอ แต่ก็คงดูออกอยู่ว่าเป็นหนังสืออะไรอยู่หรอกเนอาะ
 
 
1. นิตยสาร ฮิฮิ ฉบับ 1
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

รู้จักหนังสือนี้จากป๋าออยรูมเมทของเรา แล้วป๋าแกก็รู้จักมาจากชมรมที่แกอยู่อ่านเล่มแรกเล่มสอง แต่พอเจอเล่มหนึ่งก็ขอลองสอยดู เป็นนิตยสารที่เน้นตลกแต่ไม่ใช่ตลกสกปรกไร้สาระ ถ้าอ่านอย่างเข้าใจก็จะซึมซับอะไรบางอย่างจากในนี้ แต่ถึงจะได้คิดไม่ออกว่าตัวเองจะได้อะไรบ้าง อย่างน้อยก็ได้รอยยิ้มแหละ

เหตุผลที่ซื้อ: ไม่ตั้งใจจะซื้อเลย จะมาซื้อเรย์เล่มใหม่ล่าสุดแต่คนขายบอกว่ายังพิมพ์ไม่เสร็จเย็นๆมา แต่ไหนแวะมากับที่เคยยืมป๋าอ่านแล้วฮา ก็ลองซะหน่อย

ราคา: เป็นนิตยสารเล่มเก่า จึงลดเหลือ 50 บาท

 

2. นิตยสาร EXIT#03 และ EXIT#19

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

รู้จักหนังสือเล่มนี้จากการไปอ่านฉบับทดลองอ่านที่ได้มาจากงานแนะแนวทุนการศึกษาแล้วก็ลองซื้อมาอ่านฉบับเต็มอีกหนึ่งฉบับ เห็นว่าเป็นหนังสือที่ข้อมูลแน่นมาก อยากได้ความรุ้เกียวกับการศึกษาประเทศญี่ปุ่นด้วยเลยหยิบเล่มนี้มาเล่มแรก จากนั้นก็ดูอีกเล่มว่าจะหยิบเล่มเกี่ยวกับทหารมาให้แต่เปลี่ยนใจเอาเล่มข้างล่างนี้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เป็นเล่มที่เกี่ยวกับการเรียนภาษาต่างๆ เรามันก็คนเรียนภาษาเอาอันนี้ดีกว่า สังเกตในรูปดีๆ หนังสือเล่มนี้มีของแถมด้วยเห็นไหมค่ะ เป็นเล่มเล็กๆสอนภาษามือค่ะ แอบเจ็บใจที่เลือกเล่มพลาด ไม่ได้สังเกตว่าตรงมุมมีรอยยับเพราะใส่ถุงพลาสติกมันเหมือนกันหมดเลย นี่อุตส่าห์เลือกเล่มที่อยู่ข้างหลังนะเนี่ย

เหตุผลที่ซื้อ: ต้องการข้อมูลด้านภาษาญี่ปุ่น ทั้งด้านในประเทศและนอกประเทศ

ราคา: เล่มเก่าราคาเล่มละ 50 บาท คนขายแอบเชียร์ให้ซื้ออีกเล่ม จะได้สิทธิ์ลดราคาในการสมัครสมาชิก 6 เดือน และจัดส่งให้ฟรีอีก 1 เดือน (เดือนละเล่ม) แต่เราไม่เอาเพราะงบมีจำกัด ถ้าสมัครสมาชิกอาจจะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มอื่น

 

3. ไวยากรณ์ ระดับ 3

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 เดินวนไปวนมาเจอพอดี อยากทบทวนภาษาญี่ปุ่นซะหน่อยโดยเฉพาะไวยากรณ์ที่ลืมไปแล้ว เหมือนโดนสนิมเกาะถ้าได้อะไรมาช่วยเคาะสนิมได้ก็น่าจะดี ใจจริงอยากซื้อระดับ 4 มาช่วยด้วยจะได้พื้นแน่นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเลย(ฮา) แต่งบมันจำกัดประหยัดไปซื้อเล่มอื่นกีกว่า

เหตุที่ซื้อ: เคยซื้อแล้วแต่หาไม่เจอเชื่อว่าหลงไปกับหนังสือที่ต้องบริจาคซึ่งบริจาคไปแล้ว(หนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ตั้งใจเก็บไว้ไปยกเซ็ตเลย...ฮือ) แล้วเล่มนี้ก็เป็นเล่มที่เสียใจที่สุด เพราะจะเอามาเตรียมสอบระดับ 3 เราเพิ่งผ่านระดับสี่มาซื้อเล่มนี้มาอ่านเตรียมตัวแต่ยังไม่ได้อ่านก็ไปก่อน เศร้ามาก เนื้อหาก็ดีมาก มีแบบฝึกหัดด้วย เลยซื้อมาใหม่

ราคา: ราคาเต็ม 212 ลด 15% เหลือ 180 บาท

 

4. เก่งเกาหลี 24ชม.

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 กระแสเกาหลีดัง มิบุเองก็ชอบอะไรเกาหลีๆอยู่แล้ว ดูหนัง ดูละคร ชอบดารา ชอบกินอาหารเกาหลี พลอยสนใจอะไรที่เป็นเกาหลีไปด้วย ซื้อมาก็หวังอ่านให้เป็นอยู่หรอกนะ แต่ประเด็นหลักอยากศึกษาคร่าวๆ อยากรู้ว่าเป็นแบบไหนอยากไร ถ้าโอเคอาจไปหาคอร์สเรียนเพิ่ม มีซีดีฝึกออกเสียงให้ด้วย 2 แผ่น

เหตุผลที่ซื้อ: จะซื้อหนังสือสอนภาษาเกาหลีอยู่แล้ว เอามาลองอ่านดู เล่มนี้สนพ.เดียวกับหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นข้างบน ซึ่งเราชอบหนังสือสอนภาษาของสนพ.นี้เป้นการส่วนตัว เพราะรูปเล่มสวย และอ่านง่าย ตัวหนังสือก็สะอาดตา แถมมีซีดีด้วย 2 แผ่น

ราคา: เต็ม 350 ลด15% เหลือ 298 บาท 

 

5. การ์ตูน School Rumble สูตรรักฉบับนักเรียน เล่ม 1-6 (ยังไม่จบ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เคยอ่านช่วงที่ซื้อKC.Weeklyชอบมากๆเลย แต่ไม่มีโอกาสซื้อรวมเล่ม ช่วงเตรียมสอบปลายภาครูมเมทชื่อเพลงถามว่าเรื่องนี้สนุกไหม เราก็บอกว่าเราอ่านแล้วสนุก ขำดี เพลงก็เลยซื้อมาอ่าน เราก็อ่านด้วย สรุปว่าเราชอบ เพลงก็ชอบนะ ไม่ได้อ่านก็คิดถึงมากๆ เชียร์ให้ฮาริมะ(นายหนวดบนปกเล่ม6)เลือกเอริหรือยาคุโมะแทนเท็นมะดีกว่า ถึงจะดูเป็นการ์ตูนแนวรักๆแต่มันเป็นโรแมนติดคอมเมดี้จ้ะ แนะนำเลยไม่เครียดและไม่เป็นภัยสังคม ลองอ่านดูสักเล่มสิจ๊ะ

เหตุผลที่ซื้อ: ก็ชุดนั้นของเพลง เราเองก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ตอนนี้เป็นการ์ตูนที่เราชอบเรื่องหนึ่งและเป็นการ์ตูนที่อยากอ่านในช่วงนี้เลยซื้อมา ใจจริงจะซื้อก่านหน้านี้ที่ร้านการ์ตูนแถวบ้านเพราะวิบูลย์กิจไม่ค่อยจะเอาหนังสือสำนักตัวเองมาขายที่งานนี้ เพราะมีงานของตัวเองอยู่แล้ว ถึงปลายปีที่แล้วจะเป็นครั้งแรกที่มีมา แต่ครั้งนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่ลองเสี่ยงเชื่อใจดูสักครั้ง แล้วก็ได้มา ดีใจจัง

ราคา: 210 บาท เช็คราคาให้ใหม่แล้วค่ะ^^

 

6. คุณครูจอมเวท เนกิมะ เล่ม 15

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อย่าเพิ่งงงว่าทำไมซื้อเล่มนี้เล่มเดียว เพราะเล่มก่อนหน้านี้ซื้อแล้ว เป็นแฟนของอ.เคน อากามัทซึตั้งแต่ Love Hina เนกิคุงน่ารัก สาวๆห้อง 2-A(ที่ตอนนี้เป็น3-Aกันแล้ว) ก็น่าเอ็นดู เล่มนี้การต่อสู้ก็เริ่มเข้มข้นขึ้นอีก(จากที่แอบเปิดอ่านนิดหน่อย) ไม่ซื้อไม่ได้หรอก

เหตุผลที่ซื้อ: เป็นตอนที่กำลังสนุกได้ที่เลยหละ แต่เกือบไม่ได้ซื้อเพราะคนหยิบไปเยอาะแล้วตั้งเล็กมากปกก็คว่ำเอาปกหลังขึ้น ตอนนั้นกำลังรอ School Rumble ที่กำลังจะเอามาลงพอดีเลยสังเกตเห็นปกหลัง ไม่ค่อยคุ้น เลยหยิบมาดูปกหน้า ปุ้ง! ใช่แน่ ยังไม่ได้ซื้อ น้องคะพี่เอานี่ด้วยเล่มนึง

ราคา: จำไม่ได้แต่หน้าจะลด 10% เหลือ 38 บาทมั๊งนะ

ปล.ขอชื่มพนง.ขายบูทวิบูลย์กิจที่บริการดีมาก ทุกระดับประทับใจจริงๆ ขอบคุณค่ะ

 

7. นิตยสาร RAY#8 April 2007 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เดินผ่านบูทนี้อีกครั้ง(บูทเดียวกับนิตยสารฮิฮิ)เห็นเล่มนี้พอดี เราปรี่เข้าหาเลยค่ะ หน้าปกเป็นซาซ่าด้วย (เป็นปลื้มเพราะมิบุชอบเพลงเหรอของซาซ่ามากเลย) ตอนซื้อมาหนังสือยังร้อนอยู่เลย สมแล้วที่พี่เขาบอกว่ากำลังพิมพ์อยู่ ปกติ RAY จะออกมาวันที่ 27-28 ของเดือนก่อนหน้า อย่างเล่มนี้ก็ควรจะออกมาวันที่ 27 มี.ค. เราก็เดินสำรวจร้านหนังสือตลอดยังไม่มาซะที แต่มาแล้วเพิ่งได้ ดีใจมาก พี่คนขายเขาบอกว่าที่เล่มนี้ออกช้าเพราะมีสาเหตุมาจาก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 Supplement เล่มนี้ที่แถมมาให้ทุกเล่ม(เฉพาะฉบับเดือนเมษายนเท่านั้น) เป็นคู่มือไดเอ็ทที่มิบุไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ก็อ่านไว้ประดับความรู้ เพื่อแจกจ่ายแก่คนรอบข้างต่อไป และเผื่ออ้วนในอนาคต อ่านเรย์ทำให้เราใส่ใจกับสุขภาพและอาหารการกินมาขึ้นเยอาะ กว่านางแบบในเรย์จะสวยเปล่งปลั่งขนาดนี้ พวกเธอต้องทำทุกวิธีจริงๆ(แต่ไม่ทานยาลดนะคะ) ตั้งแต่คุมอาหาร บริหารร่างกาย ทานอาหารเสริม เยอาะแยะ ไม่ได้สักแต่ว่าแต่งตัวอย่างเดียวนะ ทำให้เราได้สัจธรรมว่า ถ้าจะสวยต้องอดทน และพยายามมากๆเลยทีเดียว

เหตุผลที่ซื้อ: ซื้อเป็นประจำ ชอบแนวเสื้อผ้ากับการแต่งหน้าในนี้ ใครที่เคยเห็นสภาพของเราคงไม่คิดว่าเราจะอ่านนิตยสารนี้ได้สินะ หุหุหุ ขอโทษถ้าจะให้เราแต่งแบบในหนังสือเราก็แต่งนะ แต่ ไม่มีเงิน...เอาไว้ทำงานหาเงินได้คงได้เห็นมิบุใส่อะไรแบบนี้ ตอนนี้ขอเซอร์ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก่อน

ราคา: 72 บาท เป็นเรย์เล่มแรกที่ถูกปกติซื้อราคาเต็มตลอดเลย แค่ลดนิดนึงก็ดีใจแล้ว

 

8. ยมฑูตสีขาว เล่ม 5 และ เล่ม 6

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 เห็นในรูปเล่มใหญ่แต่ของจริงเล่มเล็ก ขนาดเท่าผ่ามือ เหมาะกับการพกไปอ่านในที่ต่างๆ รูปก็สวยอ่านก็สนุก ติดตามตลอดและเป็นหนังสือที่เรารอซื้อในงานหนังสือเพราะได้ลดเยอาะ เล่มก่อนหน้านี้ซื้ออ่านแล้ว เป็นนิยายประเภทไลท์โนเวล อ่านง่าย เข้าใจง่าย เนื้อเรื่องแผงข้อคิดและซาบซึ้งมาก สุดปลื้ม

เหตุผลที่ซื้อ: ติดตามอยู่ ยังไงต้องซื้อยิ่งเล่ม 6 ที่เฉลยเรื่องราวของโมโมะ เราพลาดไม่ได้

ราคา: เล่ม 5 ลดเหลือ 80 บาท เล่ม 6 ลดเหลือ 70 บาท แต่น้าแววเป็นสมาชิก มีคูปองลด 30% ถ้ามาซื้อหนังสือ นสพ.นี้ในวันที่ 6 เม.ย.(นี่คือเหตุผลที่ทำไมถึงไปเบียดคนในวันนี้แทนที่จะไปวันธรรมดา) แถมน้ายังจ่ายให้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ หนูถือเป็นของขวัญวันเกิดของน้าแววก็แล้วกันนะคะ

ปล.ชื่นชมและขอบคุณ พี่ชายร่างท้วมใส่แว่นตาคนขายในบูทสำนักพิมพ์ที่บริการหยิบหนังสือตามออร์เดอร์ของน้าหลาน

 

9. Only You ปรุงรัก...ตำรับหัวใจ (สองเล่มจบ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ชอบอ่านหนังสือแปลเกาหลี โดยเฉพาะหลังๆจะชอบอ่านรุ่น Sweet Asian ที่เป็นหนังสือนิยายที่เอาไปทำซีรี่ย์ต่างๆ ที่เคยอ่านก็มี My Girl, Sassy Girl Chyunyoung เป็นต้น เรื่องนี้เราก็ไปลองอ่านที่ร้านหนังสือ เปิดตอนจบ...แฮบปี้แอนดิ้ง เย้ รอซื้องานหนังสือดีกว่า

เหตุผลที่ซื้อ: เห็นหน้าปกแล้วจำเรื่องนี้ได้เพราะเคยไปลองอ่านมาแล้ว จริงๆอยากซื้อเล่มอื่นใน รุ่น Sweet Asian ด้วยเพราะชอบทุกเรื่อง แต่ในใบรายการมันเป็นชื่อไทยเลยจำไม่ได้ มีงบจำกัดของบูทแจ่มใสด้วย (ตอนนี้จำกัดไว้ประมาณ 500)

ราคา: เล่ม 1 ราคา 125 เล่ม 2 ราคา 135 ค่ะ

 

10. กรุ่นกลิ่นไอรักดอกไม้แดง (สองเล่มจบ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 นิยายของสนพ.แจ่มใสในกลุ่ม Korean Love Series ปกติจะอ่านแค่ของควียอนี นักเขียนคนโปรดที่ทำให้เราอ่านนิยายแปลเกาหลีมากมายขนาดนี้ แม้ว่าเล่มแรกที่เราอ่านจะไม่ใช่ผลงานของเธอ แต่ควียอนีนี่แหละที่ทำให้เราพูดได้เต็มปากว่าเราชอบนิยายแปละเกาหลีเพราะเธอ ส่วนของนักเขียนคนอื่นเราไม่ค่อยอ่านเพราะเริ่มเรื่องจะสนุกแต่จบไม่สวย แต่เรื่องนี้เราสนใจเพราะฉากมันอยู่ในแนวโบราณ คล้ายๆฟิคที่เรากำลังเขียนอยู่ ซื้อเรื่องนี้มาเพื่อดูภาษาเขียน และสร้างอารมณ์ สร้างจินตนาการให้กับฟิคเราต่อไป

เหตุผลที่ซื้อ: บอกไปแล้วว่าซื้อมาสร้างอารมณ์และจินตนาการให้ฟิคที่เรากำลังเขียน

ราคา: เล่ม 1 ราคา 135 เล่ม 2 ราคา 145 ค่ะ

 

11. เพียงใจในเพลงพิณ (สองเล่มจบ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 กลุ่มหนังสือกลุ่มใหม่ของแจ่มใส ที่ออกแนวแฟนตาซี สะดุดตากับปกที่สวยโคตร(สะดุดปกเล่มแรก) พอเห็นว่าออกเล่มสองก็เลยเอาเรื่องนี้ด้วย งบที่เคยตั้งจาก 540 (ราคารวมของสองเรื่องบน) เลยกระจายเป็น 900กว่าๆ แต่สองเล่มนี้หนากว่าเรื่องบนๆเยอาะมาก เป็นนิยายแปลจากนิยายจีน จากที่อ่านไปนิดนึงรู้สึกว่าเรื่องนี้เครียดเป็นบ้าเลยแฮะ แล้วมึนๆกับชื่อจีนเพราะไม่เคยอ่านนิยายแปลจีน อ่านแต่แปลเกาหลีมาตลอดจนชินกับชื่อเกาหลี แต่เดี๋ยวอ่านไปคงชินเอง เพิ่มเติมด้วยว่าเขาแถมสมุดขนาดมินิหน้าตาเหมือนเอาหนังสือเล่มนี้มาย่อส่วนด้วย

เหตุผลที่ซื้อ: เหตุผลหลักเหมือนข้อข้างบนที่ซื้อมาสร้างอารมณ์แต่งฟิค อ่านไปนิดนึงรู้สึกสนุกมากแต่ทำไมมันเครียดเยี่ยงนี้ฟระ

ราคา: เล่ม 1 180 บาท เล่ม 2 จำราคาผิดไป 20 บาท เล่ม 2 ราคา 220 บาทค่ะ

ปล.ชอบพี่ๆคนขายบูทแจ่มใส่มานานแล้ว จัดการบูทได้ดีมากคนเยอาะทุกปีแต่พี่ๆก็ไม่ทำให้พวกเรารอนาน เสียแต่เราเองนี่แหละที่ไม่ได้ดูเรื่องไว้ก่อนว่าจะเอาอะไร และถึงคนจะแน่นลูกค้าเยอาะก็ยังยิ้มได้และบริการดี ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป รักสนพ.นี้จัง

 

หมดแล้วค่ะที่ซื้อมา ตอนไปซื้อเบียดคนก็เหนื่อยแถมพิมพ์ก็เหนื่อย ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืนเลย 555 ก็อยากเขียนนี่นา

สุดท้ายขอขอบคุณ ป่าป๊าที่ให้เงินซื้อหนังสือเมื่อเช้า พอดีกับงบที่หนูตั้งไว้ไม่ต้องเบิกเพิ่มเลย(จริงๆก็ปลดเกียร์ว่างมิบุจะซื้อเยอาะกว่านี้อีก หุหุ)แล้วก็ไปรับด้วย ขอบคุณแม่ที่ไปเป็นเพื่อน(ขอโทษนะคะที่ซื้อหนังสือมารกบ้าน แต่ลูกติกหนังสือมันก็ดีกว่าติดอบายมุขนะก๊ะ) ขอบคุณน้าแวว ที่เดินเป็นเพื่อนแถมรอหนูที่เบียดเข้าไปในบูทต่างๆ ตั้งนาน ^^" ขอบคุณเมเจอร์ที่อุคส่าห์ไปรอเจ้ซื้อหนังสือ(ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ชอบอ่านหนังสือแท้ๆ) แถมวันนี้ยังได้ชื่อเล่นใหม่เป็น ไผ่ตงด้วย หุหุ

แล้วขอขอบคุณ จุ๊ เพื่อนคนแรกที่โทรศัพท์มาอวยพรวันเกิดให้(แม้จะไม่ใช่เพื่อนคนแรกที่อวยพรวันเกิดให้เราก็ตาม) ,อี๊วิว ที่โทรมาอวยพร(หนูขอสวยวันอย่างเดียวไม่สวยคืนเด็ดขาด เดี๋ยวคืนไปหมดแย่เลย(ฮา)) และที่แปลกใจกันไปตามๆกัน เฮียเปาที่มาอวยพรวันเกิดให้ ขอบคุณมากๆค่ะ

ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกมีอะไรดีๆเกิดขึ้นในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 19 นี้ ขอบคุณจริงๆ

EDIT

มาเพิ่มเติมข้อมูลให้อีกนิด กับแก้ไขข้อมูลราคาสินค้าค่ะ

6 avril

Happy Birthday to Me

ตั้งใจว่าจะเขียนบล๊อควันที่ 5 คั่นก่อนจะเขียนบล๊อคนี้ แต่เห็นทีคนจะทำไม่ได้เพราะเวลาก็ล่วงเลยเอาป่านนี้แล้ว
พร้อมทั้งแผนพรุ่งนี้ที่ป่าป๊า(พ่อ)ต้องลากเราจากเตียงไปใส่บาตร [T^T ใจจริงอยากตื่นสาย] แล้ว ยังต้องไปลุยงานหนังสือที่มีคนเป็นเบือเพราะพรุ่งนี้มันวันหยุดราชการด้วยนี่ จริงไหม? ยังไงคงจะตกแต่งอะไรมากไม่ได้ พิมพ์ พิมพ์ พิมพ์ แปะ ได้แค่นี้เท่านั้น
 
Happy Birthday to Me
 
ฉลองครบรอบวันเกิดปีที่ 19 ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ราบรื่น และ มีความสุข ดังที่เราปรารถนา
ถึงคุณยูโกะจะพูดไว้ในเล่ม 4 ว่า หวังอะไรแล้วเป็นไปไม่ได้ดังหัวคือมนุษย์ แต่เราก็ยังหวังที่จะสมปรารถนา
และขอให้เป็นอีกปีที่แข็งแรง สมบูรณ์ ผ่านพ้นปัญหาด้วยดี ไม่มีภัยหรือศัตรู
ขอให้พบเจอกับมิตรแท้ ขอให้เจอคนดีๆ ขอให้เป็นที่รักของทุกคน
ขอให้มีสติ เสมอๆ ขอให้แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จ
 
ขอโทษที่ขอเยอาะ แต่อยากจะขออะไรเพื่อตัวเองบ้าง ใครหลงเข้ามาช่วยเขียนคำว่าสุขสันต์วันเกิดก่อนออกไปด้วย แล้วเราจะจำไว้
ขอบคุณเมย์ที่ไม่ลืมวันเกิดเราแล้วโพสสุขสันต์วันเกิดในเอ็นทรี่ของฮยอคแจ ขอบคุณจริงๆที่ไม่ลืมวันเกิด และไม่ลืมเรา คราวหลังถ้าไปที่สเปซอีกจะไม่ทำตัวเป็นผีแล้วจะเมนท์ให้นะ สู้ๆทั้งเรื่องงานและทุกๆเรื่องจ้ะ
 
แล้วปีนี้ ขอรักดงบังชินกิ รักซุปเปอร์จูเนียร์ ตามล่าหาแฝดซอลกงซันชี่ ลีดงอุกต่อไป
 
19 ขวบ น่าจะดีกว่า และเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมนะเรา แต่อย่างนั้นใจจริงก็อยากเป็นเด็กอยู่ดี
เพราะอย่างนี้จะชอบสับสนอายุ ถ้าจู่ๆเราบอกว่า 17 คือเราสับสน ไม่ได้มีเจตนาโกงอายุนะ เราพูดจริง จริงจังนะเนี่ย
 
เอาเป็นว่าพอดีกว่า แค่นิดเดียวพิมพ์ซะยาว ขอสุขสันต์วันเกิดอีกครั้งก่อนไปนอน
แล้วเจอกันนะ
4 avril

HBD Eunhyuk Lee Hyukjae

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Happy Bithday Lee Hyukjae

ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ไปตลอดปีเลยนะคะ ร้องเพลงเพราะๆ เต้นให้แฟนๆดูตลอดไป

จะว่าไปฮยอคแจ มีวันเกิดก่อนเราสองวัน ก็เลยจำได้

ขอรีบมาโพสก่อนไปนอนเนี่ย...ฮาฮา

เซงิลซุกฮา ฮัมนีดา--

เซงิลซุกฮา ฮั๊มนีดา~

"เอินฮยอค" ซารังฮานึล ชี...

เซงิลซุกฮา ฮัมนิดา........

3 avril

Korean Boom ตอน ฟังตามชาวบ้าน

มิบุสนใจฟังเพลงเกาหลีมากขึ้นนอกจากดงบังชินกิกับซุปเปอร์จูเนียร์ หลังจากที่มิบุต้องเข้าเว็บดาราเกาหลีอย่างป๊อบคอร์น หรือ ปิงบุ๊คไปอัพเดตข่าวของ ท่านเทพและเหล่าลิง เห็นลิ้งค์ผ่านตาอยู่ทุกวันเลยขอกดโหลดดูบ้าง ก็เพราะดีค่ะ บางเพลงก็มีจุดขายอื่นที่ทำให้เราสนใจเพลงนั้นๆได้ภายหลัง อย่างเช่น Grace ของ Lee Soo Young ที่อีจุนกิมาเล่น เป็นต้น ที่ดูเพราะเอ็มวี แต่เราจะเช็คกระแสของเพลงก่อนนะ ถ้าคนที่เคยฟังว่าเพราะก็จะไปหาMV ใน Youtube มาดู ถ้าดู+ฟังแล้วเพราะ ถึงจะโหลดมา
 
แต่เพลงพวกนี้เราฟังนานแล้ว(ก่อนหน้านี้ราวๆ 2-3 อาทิตย์) แต่เพิ่งมาโหลด เพราะตอนนั้นมันไม่ค่อยโดน แต่ตอนนี้คิดถึงเลยโหลดมาซะหน่อย ที่บอกไม่โดนอย่าคิดว่าไม่เพราะนะ แต่แนวบอยแบนด์แบบนี้ มันเหมือนดงบังชินกิกับซุปเปอร์จูเนียร์ไง แล้วพอฟังก็ไม่ได้ปิ๊งปั๊งเกิดความรู้สึก รัก หรือ ชอบเหมือนกับดงบังชินกิ เหมือนบางคนที่เขาชอบทุกวงค่ะ แต่ว่าเพลงของเขาเพราะดีด้วยนะ
 
1.In Your Hand - Xing

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 
เพลงนี้มี 2 Version คือ ปกติร้องกัน 4 คนเป็นภาษาเกาหลี และ ร้องเดี่ยวเป็นภาษาอังกฤษ โดยนักร้องนำชื่อเควิน ซึ่งอายุยังน้อย แค่ 15 เท่านั้น อยากบอกว่าวงนี้เด็กจังเลย แก่สุดเนี่ยอายุเท่าเราเลยนอกนั้นก็ยังเด็กอยู่ ยังไงก็ดูภาพประกอบได้นะจ้ะ ส่วนเพลงเนี่ยของเขาก็มีคุณภาพ โดยเฉพาะเวอร์ชั่นของน้องเควินที่ร้องภาษาอังกฤษได้ชัด สมกับที่น้องเขาอยู่อเมริกามา อยากรู้ว่าคนไหนคือน้องเควิน ไม่ต้องเดาค่ะ ดูภาพเดี่ยวได้เลยข้างล่างนะค่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เป็นไงบ้างคะ เห็นหน้าน้องเขาเกิดหวั่นไหวบ้างรึเปล่า มิบุไหวแล้วคะแต่แค่เบาะๆเท่านั้น^^

ไปโหลดได้เลยนะค่ะทั้ง Version ปกติ และ Version น้องเควินร้องภาษาอังกฤษ

2. Crash(Crazy in Love) - Battle

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ขอเท้าความสักนิดว่า Battle เป็นกลุ่มที่สมาชิกบอยแบนด์รุ่นเก๋าอย่างวงชินฮวาคัดเลือกสมาชิกที่มีความสามารถและหน้าตาดีมารวมกันเป็นวงใหม่ จึงได้มาอย่างที่เห็น แต่ละคนก็หน้าตาดีนะแต่ไม่เข้าใจว่า MV ทำไมมันถึงมืดเยี่ยงนั้น...มองเห็นหน้าไม่ชัดเลยอ่า... แต่เพลงCrash(Crazy In Love) จังหวะมันชวนเต้นมาก ต้องเต้นแรงๆด้วยเพราะเพลงมันส์สุดๆ แต่ฟังไปฟังไป รู้สึกว่าเพลงนี้จะสไตล์ชินฮวานะเราว่า

เอาหละ เชิญไปฟัง Battle-Crash(Crazy In Love) ได้ ณ บัดนาว

ยังไงถ้าฟังแล้วชอบก็อย่าลืมอุดหนุนของจริงนะจ๊ะ สนับสนุนหนุ่มๆเขาหน่อยเนอาะ จะได้มีกำลังใจทำงานไง

ขอให้ฟังเพลงอย่างมีความสุขนะคะ

19 Sai...ฉันเกลียดตัวฉันที่อายุ 19

ในบรรดา 3 Category มี Music Box นี่แหละที่เราเขียนน้อยที่สุด เราเลยกลัวว่ามันจะน้อยใจเลยต้องมานั่งเขียนเนี่ยแหละ
จะว่าไปแล้วจะมีใครรู้จักรูปที่เรากำลังตั้งอยู่ตอนนี้ทั้งที่โชว์เป็น Slide และ Avatar ว่าเป็นรูปอะไร แล้วเพลงที่เราเปิดอยู่เป็นเพลงอะไร
แล้วจะมีใครที่รู้จักเรื่อง XXXโฮลิค บ้างนะ ถ้ารู้จักรูปพวกนั้นก็มาจากเรื่องนี้แหละค่ะ^^
XXXโฮลิค คือการ์ตูน(Manga)ที่วาดและแต่งเรื่องโดยกลุ่มนักเขียน CLAMP(อ่านว่า แคลมป์) เป็นเรื่องราวของร้านที่ทำให้ทุกคนสมปรารถนา โดยลูกค้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกับคำขอของลูกค้า แล้วเรื่องนี้ก็เป็นการ์ตูนที่เราชอบสุดๆในตอนนี้ เพราะเป็นการ์ตูนของแคลมป์ แถม...มันยังชวนจิ้น(Y)ได้อีกด้วย หุหุหุ
และการ์ตูนเรื่องนี้ก็มีอนิเมออกมาด้วย เราเลยไปหามาดูจากYoutube แล้วก็ได้ฟังเพลงเปิดเรื่องหรือOpening Track เพลงนี้
19 Sai ของ Suka Shikao

มิบุได้ยินครั้งแรกก็ชอบเลย เพลงนี้มันออกจะร๊อคนิดๆ มิบุชอบเพลงที่บีทหนักๆหน่อยอย่างเพลงเนี๊ยะ ใช่เลยค่ะ อีกอย่างเนื้อเพลงก็ฟังแล้วสะดุดหู ชวนให้เราคิด
โดยเฉพาะท่อนฮุค "ผมเกลียดอายุสิบเก้าของผมมากๆ" ที่ร้องย้ำบ่อยๆ จนมิบุนึกถามตัวเองในใจ(เพราะไม่รู้จะไปถามใคร) ว่ามันจะเกลียดอายุ19ไปทำไมกันน๊า แต่ถึงมิบุจะไม่รู้คำแปลทั้งหมดแต่ฟังแล้วมันก็เข้ากับเรื่องที่ดูมัวๆมึนๆได้ดีนะคะ
ถ้าสนใจละก็ เชิญโหลดได้เลยค่ะ http://www.mediafire.com/?b1zuyjyw1z2
2 avril

[DBSK-SF]Fool Me แกล้งรัก...กันสักวัน

Title: Fool Me แกล้งรัก...กันสักวัน
Category: Romance [Boylove]
Paring: Yunho-DBSK/Jaejoong-DBSK
Rate: G: กุ๊กกิ๊กน่ารักหวานแหวว ไม่มีฉากร่วมเพศ คำหยาบคาย และความรุนแรง
Talking: ไปโพสที่ Aphotic โดยลืมโพสที่นี่...นึกขึ้นมาได้ก็อยากตีอกชกตัวให้สาแก่ใจ เพราะฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นมาเพื่อ April Fool โดยเฉพาะ แต่เพราะมิบุไม่สามารถแต่งฟิครั่วๆได้มันเลยกลาบเป็นฟิคเยี่ยงนี้ แต่งโดยมีเวลาแค่ 1 วัน มันเลยเน่ามากมายเพราะรีบโคตรจะให้อยู่ใน April Fool พอดี ก็ถ้าไม่โพสวันนั้นจะมีความหมายอะไรล่ะ(แล้วทามมายตรูโพสที่นี่ไม่ทันฟร้า T^T)
 
 
Warning: SF หรือ Short Fiction คือ เรื่องแต่งที่มีความยาวไม่เกิน 3-5 ตอน และ "เรื่องแต่ง" เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Boylove ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพศชายด้วยกัน หากรับไม่ได้ก็ไม่ควรอ่านนะคะ อนึ่ง ฟิคนี้เป็นเรื่องแต่งเพื่อความสนุกสนาน จงอย่าได้คิดเป็นอื่นที่มากกว่าความสนุกสนานอย่างไร ก็บอกแล้วว่านี่คือเรื่องแต่งไม่ใช่เรื่องจริง
 
 
 

ที่รูปปั้นแมวหน้าสถานนีรถไฟ เช้าวันที่ 1 เมษายน คุณจะเห็นผู้หญิง เอ้ย! ผู้ชายคนหนึ่งกำลังคอยใครสักคนอยู่ สักครู่คิ้วดำสวยที่ขมวดเข้าเป็นปมกลางหน้าผากบนใบหน้าเรียวสวยก็คลายออก แววตาของเขาแม้จะคลายกังวล เมื่อเห็นชายร่างสูงเดินตรงเข้ามาหา แต่แก้มคนหน้าสวยกลับพองลมสะบัดหน้าหนีใบหน้าหล่อเหลาของคนที่มาสายไป 30 นาที

ยุนโฮ...นายช้ามากเลยนะ

ขอโทษนะแจจุง...ฉันทำงานพิเศษติดกันหลายวันแทบไม่ได้พักผ่อน พอได้นอนก็เลยนอนเพลินไปหน่อยยุนโฮยิ้มแหยๆ เกาหัวแกรกๆเป็นการยอมรับผิด ซึ่งแจจุงก็เห็นใจอยู่ว่ายุนโฮเหนื่อย โทรคุยกันเมื่อวานเขาก็บอกให้ยุนโฮพักผ่อน แต่เจ้าตัวกลับชวนเขาไปเที่ยวเอง อีกอย่างยุนโฮไม่เคยมาสายสักครั้งเขาถึงรู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับยุนโฮ

ก็ได้... แจจุงเดินเชิดหน้าเดินนำยุนโฮเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไป  “...แต่ในฐานะที่นายมาสายนะ...นายต้องเป็นคนเลี้ยงนะ...แจจุงหันหน้ามาบอก

ยุนโฮยิ้มกว้างตอบ เอาอย่างนี้ดีกว่า...วันนี้เราจะเล่นเป็นแฟนกัน 1 วัน ฉันจะดูและเทคแคร์ตามใจนายทุกอย่าง ดีไหมล่ะ

แจจุงเบิกตากว้าง เป็นแฟนเหรอ?...นายนึกอะไรของนายเนี่ยยุนโฮ

ก็วันนี้วันเอพริลฟูล วันแห่งการโกหกไม่ใช่เหรอ เรามาเล่นอะไรให้เหมาะกับเทศกาลเถอาะ นะ

ก็ได้ แจจุงตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่ายุนโฮจะมาไม้ไหนกันแน่จู่ๆก็มาเล่นอะไรแบบนี้ แต่ยุนโฮบอกว่าจะเทคแคร์เขาแสดงว่าวันนี้แจจุงไม่ต้องจ่าย อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

 

ยุนโฮและแจจุงเดินทางมาถึงสวนสนุกตอนสายๆ นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้ว ทั้งสองคนซื้อบัตร แล้วเดินผ่านประตูเข้าไป

ยุนโฮ...ถามอะไรหน่อยสิ แจจุงที่เดินตามมาถามขึ้น

อะไรเหรอ

ฉันอยากรู้ว่า...นายจะจับมือฉันทำไม แจจุงถามพร้อมยกมือข้างที่ถูกยุนโฮโบกตรงหน้ายุนโฮไปมา

ยุนโฮหัวเราะ ก็วันนี้เราเป็นแฟนกันนี่...จับมือกันไม่ผิดซะหน่อย...นายเขินเหรอ

ไม่ได้เขิน...แต่สงสัยเฉยๆ ท่าทางกลบเกลื่อนของแจจุงอาจได้ผลกว่านี้ถ้าใบหน้าขาวเนียนไม่ขึ้นสีเรื่อๆ อาการหลบตาไม่มองแบบนี้ ยุนโฮที่สนิทกับแจจุงมานานรู้ดีว่าเขิน แต่ยุนโฮก็ไม่คิดจะใส่ใจ เขายังจับข้อมือของแจจุงและเดินนำต่อไป ส่วนแจจุงที่เริ่มสงบจิตลงได้ก็ขืนมือเปลี่ยนมาจับมือแทน

 

...........สรุปว่าเขินทั้งคู่..........

 

หลังจากที่เดินจูงมือกันสักพักยุนโฮก็ให้แจจุงเลือกเครื่องเล่น แล้วทั้งสองก็เดินไปขึ้นThunder Railways รถไฟเหาะความเร็วสูง ตีลังกา 25 ตลบ ต่อด้วย Free Fall กระเช้าที่จะยกผู้เล่นขึ้นสูงเหนือพื้นประมาณตึก 10ชั้น แล้วปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก  ตามด้วย  Space Mountain รถไฟเหาะที่อยู่ในห้องมืดๆประหนึ่งโดยสารรถด่วนอวกาศ  แค่นี้ยังไม่พอ ทั้งสองคนยังต่อด้วย  Squid Mama เครื่องเล่นที่จำลองมาจากหมึกยักษ์ที่มีกระเช้าติดอยู่ปลายหนวด ยกผู้เล่นที่นั่งอยู่ในกระเช้าขึ้นลง แล้วเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา Amazons เครื่องเล่นล่องแก่งขนาดสองคนที่จะส่งผู้เล่นไปตามทางที่ประดับประดาเหมือนป่าอเมซอนและฝ่าฝันกับกระแสน้ำเชี่ยวกราด Tornados เครื่องเล่นที่ยกผู้เล่นขึ้นสูงแล้วหมุนที่นั่งผู้เล่นตีลังกากลับไปกลับมาพร้อมยกผู้เล่นขึ้นลง Crazy Bus เครื่องเล่นที่จำลองรถบัสที่เหวี่ยงผู้โดยสายขึ้นลงแล้วเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา และ Viking เรือไวกิ้งที่ทุกคนรู้จักกันดี

 

นายไม่เหนื่อยเหรอแจจุง ยุนโฮยืนหน้าซีดเพราะต้องเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวติดๆกันโดยไม่มีการพัก โชคดีที่เขาไม่อาเจียนออกมาเสียก่อน น่าแปลกที่แจจุงดูสบายๆกว่าที่คิด คนสวยจอมแสบเนี่ยแหละที่ลากเขาไปเล่นเครื่องนู้นเครื่องนี้ไม่หยุด

แจจุงยิ้มบาง ฉันไม่เป็นไรหรอก อยากจะไปต่อบันจี้จัมป์อีกรอบด้วยซ้ำกลัวแต่ว่านายจะเอาอาหารเช้าที่กินไปแล้วออกมาให้ฉันดูซะก่อน นั่งนี่ก่อนละกันนะยุนโฮ...แจจุงดันหลังให้ยุนโฮนั่งลงที่ม้านั่ง แล้วก็วิ่งไปที่ซุ้มขายของเล็กๆ แล้วซื้อน้ำมา 2 กระป๋อง ส่งให้ยุนโฮกระป๋องนึง

ดื่มน้ำซะจะได้สดชื่น แจจุงยิ้มจริงๆเขาก็ผิดเอง เขาชอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวตั้งแต่เด็กแล้ว เล่นติดกันหลายๆรอบแจจุงก็ยังสบายๆ แต่อย่างยุนโฮคงไม่ชินเท่าไหร่ (แจจุงจ๊ะ....คนแต่งเขียนเองยังเวียนหัวแทนนายหมีเลย/มิบุ)

ขอบใจนะยุนโฮแจจุงพูดขึ้น หลังจากพวกเขาทั้งคู่พักดื่มน้ำครู่หนึ่ง

ขอบใจอะไรล่ะแจจุง...ฉันต้องขอบใจนายมากกว่าที่ซื้อน้ำมาให้

ก็ฉันฝันไว้ว่า...ถ้ามีแฟนจะพามาเล่นเครื่องเล่นด้วยกันแบบนี้...วันนี้เราเป็นแฟนกันใช่ม๊ะ...ก็เหมือนนายทำให้ฝันของฉันเป็นจริงแล้วไง แจจุงพูดพร้อมลุกขึ้นยืน เขาปากระป๋องเปล่าในมือเข้าไปในถังขยะอย่างสวยงาม แล้วหันมาพูดต่อ แต่ถ้าเล่นต่อๆกันแบบนี้แฟนต้องขอเลิกกับฉันแน่ๆเลย

ไม่หรอก ยุนโฮพูดสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกในใจโดยไม่คิด...รู้ตัวอีกทีก็พูดออกไปแล้ว

ห๊า!?”

ฉันบอกแล้วว่าจะเป็นแฟนกันหนึ่งวันก็ต้องหนึ่งวัน...ฉันไม่เลิกกับนายกลางคันหรอก ยุนโฮว่ายิ้มๆกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียน ปากระป๋องเปล่าของตนลงถังขยะไปบ้าง ก่อนเดินนำไปอีกทาง โดยไม่เห็นแจจุงที่กำลังยิ้มกว้าง

 

เวลาเที่ยงวันยุนโฮกับแจจุงรวมถึงนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ก็พากันไปพักทานอาหารเที่ยง ทั้งสองคนนี้ใช้เวลาดูแผนที่ไปด้วยว่าจะไปทำอะไรต่อ หลังทานอาหารเที่ยงเรียบร้อยยุนโฮก็ขอเลือกเครื่องเล่นเบาๆบ้าง อย่างรถไฟรอบสวนสนุก แข่งรถ เรือบั๊มป์ ทั้งสองคนเดินมาจนถึงบ้านผีสิงที่ยุนโฮเดินเข้าไปทันทีเพราะเห็นว่าคนเข้าไปกันเยอาะ และแจจุงก็ตามไปโดยไม่รู้เรื่องใจนึกว่าคงจะสนุกดีเพราะคนต่อคิวกันยาว

 

20 นาทีหลังจากเข้าไปในบ้านผีสิง แจจุงหัวยุ่ง ตาบวม หน้าซีด โทรมขึ้นอย่างเห็นได้ชัก คอก็เจ็บเพราะร้องลั่นทุกครั้งเมื่อผีผีในบ้านโผล่มาให้ตกใจกลัว ส่วนยุนโฮก็เสื้อผ้ายับเยิน เพราะโดนแจจุงทั้งกอดทั้งขยุ้มอยู่หลายต่อหลายรอบ ถึงจะได้กำไรเพราะได้กอดแจจุงก็เถอาะแต่โดนหลายรอบก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เพราะผีในบ้านไม่ได้มีแค่ตัวสองตัว แต่มีเป็นสิบ แล้วแจจุงก็ทึ้งยุนโฮตั้งแต่ตัวแรกถึงตัวสุดท้าย ไม่เหนื่อยทนไหวเหรอ

ยุนโฮทีหลังก่อนจะเข้า นายดูดีๆก่อนว่ามันคืออะไร...รู้อยู่ว่าฉันกลัวผีมาก แจจุงบ่นพลางเช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าของยุนโฮ จมูกและตาสวยๆของแจจุงกลายเป็นสีแดงเพราะร้องไห้ตกใจกลัวผีในบ้านผีสิง ถึงจะรู้ว่าเป็นของปลอมก็เถอาะ

ยุนโฮยิ้มขำเพราะเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนจะสลับกับเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ขอโทษนะ...นั่งรอตรงเดี๋ยวฉันจะไปซื้อไอศครีมให้นายกินละกัน...จะได้ร่าเริง

เย้

ยุนโฮยิ้มให้กับท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆของแจจุงอีกที เขารู้ว่าถ้าแจจุงอารมณ์ไม่ดีเมื่อไหร่วิธีการที่ดีที่สุดคือซื้อไอศครีมมาให้ทาน แจจุงจะหายเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งไอศครีมคราวนี้ก็ได้ผลเหมือนทุกครั้ง แจจุงร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว

 

หลังจากที่แจจุงฝื้นจากการกลัวผีที่บ้านผีสิง ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วทั้งสองคนก็ไปหาอาหารเย็นทานแล้วก็ไปเล่นเกมส์กัน ทั้งปาห่วง ตกเบ็ด ชู๊ตบาส  ปาลูกดอก จนกระทั้งเกมส์ยิงปืนที่แจจุงตั้งใจมากเพราะของรางวัลคือตุ๊กตาช้างนั่นเอง แต่แจจุงก็ไม่ได้ ยุนโฮจ่ายเงินค่าเล่นอีกครั้ง คราวนี้ลองเอง แล้วก็ทำสำเร็จเป้าถูกยิงจนล้มหมด นอกจากจะได้ตุ๊กตาช้างขนาดที่ใส้เข้าไปในเป้ของแจจุงพอดีเป๊ะ ยังได้ตุ๊กตาหมีขาวตัวโตเป็นของรางวัลพิเศษที่ได้ ไฮสกอร์อีกด้วย

 “จะเอาไปทำไมเนี่ยตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเริ่ม ยุนโฮบ่นเพราะใจจริงจะเอาแค่ตุ๊กตาช้างให้แจจุงไม่นึกว่าเขาจะได้ท๊อปสกอร์ถึงได้ตุ๊กตาหมีขาวมาเป็นของขวัญอีกตัว

นายไม่เอาฉันเอาเองก็ได้ยุนโฮ มันน่ารักดีออก คว้าเอาตุ๊กตาหมีขาวมากอดไว้แน่นสีหน้ายิ้มอย่างมีวามสุข

ฉันรู้มาก่อนว่านายชอบตุ๊กตาหมีขาวนี่ด้วย

ก็มันเหมือนกันคนที่ฉันชอบมากน่ะสิ แจจุงเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

อะไรนะ ยุนโฮถามซ้ำ จริงๆเขาก็ได้ยินนั้นแหละแต่แกล้งไม่ได้ยิน อีกอย่างคนที่บอกว่าเขาเหมือนหมีขาวขั้วโลกก็คือแจจุง ถ้าไม่เป็นการคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป ยุนโฮขอคิดว่าคนที่แจจุงว่าคือเขา

อะไรเหรอแจจุงถามกลับด้วยความสงสัย แน่นอนว่าเมือกี๊เจ้าตัวไม่รู้สักนิดว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

ไม่หรอก...ไม่มีอะไร ยุนโฮยิ้มให้กับตัวเองแล้วเดินนำออกไป

 

ตอนนี้คำแล้วแต่คนก็ยังคึกคักเพราะพาเรดตอนกลางคืนที่รถขบวนมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม แต่เครื่องเล่นหลายๆชิ้นก็ยังเปิดทำการและมีคนต่อคิวอยู่อย่างเช่นชิงช้าสวรรค์ที่ทุกคนที่มาที่นี่ต้องมาเล่น โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่จะสวยงามเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้คิวชิงช้าสวรรค์ยังคงยาวเหยียดแม้จะดึกแล้ว ทั้งสองคนยืนต่อคิวอยู่นานจนในที่สุดก็ได้ขึ้น แจจุงกอดตุ๊กตาหมีขาวไว้ ส่วนยุนโฮตามเข้าไป ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน  ความเหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมทั้งวันทำให้ทั้งสองนั่งเงียบ ในขณะที่ชิงช้าสวรรค์ก็พาพวกเขาสูงขึ้นเหนือพื้น เรื่อยๆ เรื่อยๆ

แจจุง...นายกอดหมีตัวนั้นตลอดเลยนะ...ชอบมากเลยเหรอยุนโฮพูดขึ้นทำลายความเงียบ

อืม...ขนมันขาวแถมยังนิ่ม...กอดแล้วอุ่นจะตายแจจุงพูดไม่พอยังซุกไซ้ตุ๊กตาหมีอย่างน่ารัก จนคนนั่งตรงข้ามเกิดอิจฉาตุ๊กตาหมีขึ้นมาดื้อๆ

ไม่กอดหมีอย่างฉันบ้างล่ะแจจุง...กอดนายหมีขาวอย่างฉันก็อุ่นได้เหมือนกัน

ยุนโฮ...

ยังไม่ทับจะตอบไฟก็ดับขึ้นมากระทันหัน ชิงช้าสวรรค์ที่ยุนโฮกับแจจุงโดยสารลอยขึ้นเกือบสูงสุดต้องหยุดชะงัก

ไฟดับนี่ แจจุงตกใจลุกขึ้น ยุนโฮรีบฉุดมือให้แจจุงนั่งลง แต่แจจุงเสียหลักลงมานั่งตักยุนโฮพอดิบพอดี จะขยับตัวลุกก็ถูกวงแขนแกร่งโอบรัดไว้ไม่ปล่อย

อยู่นิ่งๆก่อนนะแจจุง...อยู่แบบนี้สักพัก

อย่าทำแบบนี้สิยุนโฮความมืดทำให้ทั้งสองไม่เห็นหน้ากัน แต่ยุนโฮก็รู้ว่าแจจุงกำลังเสียใจจากน้ำเสียงในประโยคนั้น

ทำไมล่ะ...ตอนนี้ยังเอพริลฟูล...ฉันยังเป็นแฟนนายอยู่นะแจจุง

นั่นสินะ...เพราะอย่างนี้ฉันถึงอยากให้นายโกหกอีกเยอาะๆ เพราะฉันมีความสุขกับการโกหกของนายจัง

น้ำเสียงขมขื่นของแจจุงทำให้ยุนโฮรู้สึกปวดร้าวไปด้วยเพราะแจจุงรักเขามาก แต่เขาเพิ่งมารู้ไม่นานว่าตัวเองก็ชอบแจจุงเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีโอกาสจะได้บอกซะที ตอนนี้คงเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้บอกแจจุงแล้วว่า

แจจุง...ฉันไม่ชอบนายยุนโฮพูดขึ้น

ห๊า???”

วันนี้วันเอพริลฟูลฉันถึงไม่ชอบนายสายตาที่ปรับให้ชินกับความมืดทำให้แจจุงมองเห็นใบหน้าของยุนโฮที่กำลังยิ้มกว้าง แจจุงยิ้มตอบยุนโฮเช่นกัน

 “ฉันก็ไม่ชอบนายที่สุดเลย ยุนโฮ

 

End