| Profil de chuka[มิบุ]PANIC ROOM:ห้องเก็บของขอ...PhotosBlogListes | Aide |
|
|
20 janvier ยังคิดถึง ฉันเชื่อเสมอว่า เวลาจะทำให้บางสิ่งบางอย่างลดน้อยลงไปได้ ฉันจึงเชื่อว่าเวลาจะทำให้ฉันไม่คิดถึงเธอได้ แต่ฉันคิดผิด สิ่งที่ฉันเขียนต่อไป บางคนที่อ่านอาจจะคิดว่าเราบ้าก็ได้ และถ้าคิดอย่างนั้นเราก็ไม่ว่าอะไร แต่อยากให้รู้ไว้ว่าคนเราน่ะไม่เหมือนกัน ชอบไม่ชอบ ชอบมากชอบน้อย เกลียดมากเกลียดน้อยต่างกัน จงอย่าคิดดูแคลนความชอบของคนอื่นที่แตกต่างจากตัวคุณ จะเริ่มแล้วนะคะ หลังจากที่เราดูคอนเสิร์ตทงบังไปเราคิดถึงทงบังมากๆ เป็นอาทิตย์เลยค่ะ มันไม่หายเลย ทรมานใจมาก อยากเจออีก อยากเห็นหน้าอีก อยากดูเขาเต้นอีก อยากฟังเสียงเพราะๆของเขาอีก ถึงจะไม่ร้องไห้แต่ก็ได้แต่ฟังเสียงของเขาเผื่อว่ามันจะช่วยทุเลาความคิดถึง ดูคลิปนู่นนี่ไม่ให้คิดถึง แต่ก็ยากมากๆจริงๆกับการหยุดหัวใจตัวเอง เพลง Remember ของทงบังเราฟังไม่ได้ เหมือนกับเพลง มีแต่คิดถึงของพี่เบิร์ด ธงไชย ที่สะกิดความรู้สึกคิดถึงที่เราพยายามฝังไว้ ฟังทีไรน้ำตาพาลจะไหลก็เลยไม่อยากฟัง ตอนนี้ดีขึ้นที่ฟังเพลง Rememberพอได้แล้ว แต่ยังฟังมีแต่คิดถึงไม่ได้ มันจะร้องไห้ แต่เมื่อวานนี้ดูรายการเจ็ดสีคอนเสิร์ตที่เอาภาพงานคอนทงบังมาอีก เราคิดว่าภาพนั้นคงปลุกความรู้สึกคิดถึงให้ประทุขึ้นมาอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นเราคงไม่รู้สึกอย่างที่เรารู้สึกแบบนี้ เราต่อฟิคจบอย่างเร็วทั้งๆที่คิดว่าจะแต่งไม่จบภายในวันนั้น เราอ่านฟิคในบอร์ดหลายเรื่องแม้เรื่องเก่าก็เปิดมาอ่านใหม่ เราดูเอ็กซ์แมนและหวังลึกๆในใจว่าจะมีสมาชิกสักคนในวงมาออกรายการ เราโหลดซิงเกิลใหม่ของเขามาฟัง เราดูคลิปของเขา แต่ที่ทำไปทั้งหมดมันก็ยังดับหัวใจของเราไม่ได้ เป็นเอามากจริงๆ เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้มากๆ แต่ก็ยังจะรักทงบังต่อไป 21 décembre คิดถึง คราวก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ครั้งนึง... แม้ว่าก่อนจะดูคอนเสิร์ตจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายขนาดที่ว่า ตอนที่ทำการบ้านภาษาญี่ปุ่นไม่สามารถเขียนได้ มือสั่นตลอด ช่วงบรรทัดแรกเป็นตัวกะยึกกะยือ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนกันกับตอนที่ดูคอนเสิร์ตครั้งที่ทงบังชินกิมาแสดงที่ประเทศไทยครั้งแรก คือ... "เราคิดถึงเขา" ถึงจะผ่านมาได้เกือบห้าวันแล้ว แต่เราก็ยังคงรู้สึกห่วงหา อยากพบอยากเจออยู่ตลอด โดยเฉพาะวันแรกๆ นอกจากจะเจ็บคอแสนสาหัสแล้ว ทุกครั้งที่นั่งว่างๆ ขึ้นรถกลับบ้านต้องเอาเพลงของทงบังมาฟังเสียงให้หายคิดถึง ในไอพอดนาโนดูเอ็มวีได้ก็เอาเอ็มวีมาดูหน้าเขา อยากเจออีกครั้ง อยากฟังเสียงเขาอีกที อยากใกล้มากกว่านี้ เรายังจำได้ทุกวินาทีในงานคอนเสิร์ตวันนั้น ถึงเราจะได้ดูแค่วันเดียวแต่เราก็มีความสุข ถึงจุนซูที่เราชอบมากๆจะไม่ได้หยุดยืนอยู่หน้าบริเวณที่เรานั่ง แต่แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราพอใจและมีความสุขมาก อย่างน้อยถึงเราจะไม่อยู่ใกล้กว่าบัตรยืนแต่การที่ได้เข้ามาดูเขาก็ทำให้เราใกล้เขามากกว่าใครอืกหลายล้านคนบนโลกใบนี้ 20 กว่าเพลงที่ทั้งร้องและทั้งเต้นให้เราดู เกือบสองชั่วโมงครึ่งที่แคสสิโอเปียจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกันและใช้เวลาร่วมกันกับเขา เป็นเสมือนหนึ่งหน้าความทรงจำที่ดีหน้าหนึ่งของสมุดบันทึกความจำในสมอง อยากบอกคำเดียวจากใจว่า เรามีความสุขมากๆจริงๆ กับ ยุนโฮ เป็นครั้งที่สองที่เราเห็นยุนโฮใกล้ ตอนที่ยุนโฮมายืนตรงลิฟต์หน้าโซน SE ทำให้เรานึกย้อนไปถึงคอนเสิร์ต Rising Sun เมื่อปีที่แล้ว ที่ยุนโฮร้องเพลง Magic Castle แล้วลิฟท์ก็เลื่อนตัวขึ้นมาให้โซน 1500 (บริเวณเดียวกับ 2500 ในคอนเสิร์ต O) ได้เห็นยุนโฮชัดๆ ยุนโฮโบกมือชูนิ้วโป้งให้พวกเรา ยิ้มให้พวกเรา แถมมองมาโซนเราบ่อยๆ ปลิ้มใจมากๆเลย ต้องขอโทษด้วยที่เราชอบมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเราปักใจไว้ที่จุนซูซะแล้ว แต่เราก็ประทับใจมากจริงๆที่ยุนโฮเดินมาทางเราบ่อยๆ นอกจากยุนโฮจะเต้นได้เยี่ยมเหมือนเคย เพลง Spoke Man ที่เป็นเพลงโซโล่ก็สนุกมาก โยกจนหัวกับแขนจะหลุด ขอโทษด้วยที่แร็บไม่ทันเลย แต่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ กับแจจุง แจจุงเองก็เป็นคนที่เดินผ่านมาทางเราบ่อยๆอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเลี้ยวมาทางเดินตรงกลาง แต่เราก็เห็นแจจุงบ่อยๆ เรายังจำความสวยของแจจุงในวันที่ 14 ตุลาคมได้อย่างแม่นยำ และแจจุงก็ยังคงเปล่งประกายเช่นเคยในคอนเสิร์ตนี้ จะว่าไปแจจุงคงจะน้อยใจอยู่ไหมว่าทำไมแฟนคลับหลายๆคนถึงบอกว่าแจจุงสวย แต่เราคิดว่าความงามของแจจุงเป็นความงามที่แตกต่างจากของทั้งห้าคน หากเราจำกัดความสวยงามด้วยคำว่าหล่อแล้ว เราไม่อาจจะใช้คำว่าหล่อกับแจจุงได้ เพราะความสวยงามของทั้งสองคนแตกต่างกันจะให้จำกัดความด้วยคำๆเดียวกันนั้นไม่ได้ ยิ่งถ้าใครมาเห็นด้วยตาก็ต้องพูดเหมือนกันว่า แจจุงสวยจริงๆ เสียงเพราะมาก เพลง Crying ถึงเราจะไม่รู้ความหมายแต่คงเป็นเพลงเศร้าที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกทรมานได้ไม่ยาก กับชางมิน ก่อนอื่นเราต้องบอกว่าน้อยใจ...ก็ชางมินไม่ผ่านมาทางเราเลย ได้ชื่นชมความหล่อของชางมินตอนท้ายที่วิ่งรอบเวทีเท่านั้นเอง ทำไมต้องหวงความหล่อขนาดนั้นด้วย ไม่มาให้ชื่นชมเลย หรือว่าจะเขิน...มั่นใจหน่อยสิชางมิน ไม่มีใครจะหล่อเกินชางมินได้เลยนะ ได้ข่าวว่าชางมินลดน้ำหนักลงมาเกือบเจ็ดกิโลซึ่งก็นับว่าเยอาะมากจริงๆและนั่นก็ทำให้เราสังเกตเห็นว่าชางมินผอมลง แถมผมสั้นแบบนี้เหมาะกับชางมินมากถึงมากที่สุดแล้ว ยังจำช่วงอัลบั้มแรกและอัลบั้มที่สองได้ ชางมินผมสั้นเนี่ยหล่อทีสุดเลย ตอนโซโล่ชางมินน่ารักมากเสียที่ชางมินน่าจะเดินลงมาหาแคสสิโอเปียบ้าง เสียงของชางมินเพราะมากถึงมากที่สุด ฟังเสียงในซีดี ในไอพอด สู้เสียงจริงๆไม่ได้เลย เสียงจริงๆของชางมินเพราะมากๆ แถมตัวจริงชางมินหล่อกว่าในรูปเยอาะแยะ สมชื่อ เชวคัง ชางมิน(ชางมิน..สุดยอด) ของเธอจริงๆ กับยูชอน ที่เราจะขอเรียกนิคเนมที่เราเรียกเล่นกับเพื่อนๆว่าพี่มิค พี่มิคเนี่ยเรียกได้ว่าจะมาประจำถิ่นที่หน้าโซนเราเลยก็ว่าได้ เด(แจน)ที่นั่งข้างๆเลยทึ่งแขนและกรี๊ดกระจาย กับความหล่อแบบคุณชายสุดขั้วของพี่มิค พี่มิคร้องเพลงเพราะมากๆ เสียงของพี่มิคจะโทนทุ้ม(บาิริโทน เบส) แน่นอนว่าเข้ากับเสียงของเซีย(หุหุ) กลางต่ำของพี่มิค กับกลางสูงของเซีย แต่วินาทีแรกที่เราเห็นพี่มิคชัดๆเนี่ยแทบอยากตะโกนว่า "ปาร์คยูชอน คุณทำผมทรงอะไรออกมา" ไอ้ม้าเป๋แบบนี้เด็กแซบแถวบ้านตรูทำประจำ แต่กับเด็กแซบมันอุบาทว์มากไม่รู้ทำไมพี่มิคทำมันถึงหล่อ นึกถึงที่ทุกๆคนเคยพูดไว้ในรายการ Radio Star ใน DVD All About TVXQ! 2 ว่าพี่มิคเขาจะมีลุคที่ดูหล่อแบบผู้ดี (มาดคุณชายรวยๆ) ซึ่งถ้าเห็นตัวจริงแล้วก็จริงอย่างแรง ทั้งๆที่การแต่งกายของพี่แกไม่ได้ดูรวยเลย แค่เสื้อยืดธรรมดา แต่ดูมีราคาเหมือนเสื้อยืดแบรนด์เนมไปได้ได้ยังไงก็ไม่รู้ สงสัยเพราะไอ้ออร่าแบบคุณชายนี่แหละ อ้อเกือบลืมไอ้ชุดโชว์นมไก่ ที่ทำให้เห็นความขาว...เล่นเอาเหล่าแคสเกือบจะเลือดพุ่ง ... แบบนี้มันน่าจะถอดไปเลยดีกว่าไหม? กับจุนซู คนสุดท้ายที่เราจะขอพูดถึง สงสัยเพราะงานคอนเสิร์ตวันแรกจุนซูคงจะมายืนทางนี้บ่อยมากแล้วก็เลยเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ถึงยังไงจุนซูก็เดินผ่านและขับรถเครื่องบินผ่านบ่อยมากๆ ทำให้เราเห็นความขาวอมชมพูของจุนซู ไม่รู้สินะเราจะตัวของจุนซูเป็นสีอมชมพูตลอดเลย ที่อดที่จะไม่พูดไม่ได้คือ โซโล่เพลง My Page ที่เราต้องถ่อมาดูเพื่อสิ่งนี้ จุนซูเซ็กซี่มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเพราะความที่จุนซูไม่เคยเซ็กซี่มาก่อนเนี่ยแหละคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เราหลงรักผู้ชายคนนี้ จุนซูทำอะไรใหม่ๆเสมอ และทำทุกอย่างได้ดีทั้ง ร้อง เต้น และรั่ว เพลงช้าทุกเพลงพลังเสียงของจุนซูไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะ Timeless เราตะโกนชื่อจุนซูเสียงดังบอกทุกสิ่งทุกอย่างทั้งความชอบ และอยากให้กำลังใจ มันเป็นเพลงที่เพราะมาก เต้นแน่นอนว่าในโซโล่จุนซูเต้นได้สุดยอด...เอสไลน์ของจุนซูยังติดตาอยู่เลย เพลงเต้นอื่นๆของจุนซูก็เหมือนกัน และอีกอย่างคือ รั่ว...ในเพลง Hug ที่ทุกคนร้อง Go Junsu ให้จุนซูเต้น...น่ารักมากเลยนะรู้รึเปล่า? นอกจากนี้ยังมีเพลงหนึ่งที่เราจะไม่ลืม เพลง I belive กับ Fan Cheer ที่ตะโกนสลับกับ ทงบัง แน่นอนว่าเพลงอื่นก็มีแต่เพลงนี้มันดังและชัดเจนมาก เราเห็นพี่มิคยืนน้ำตาคลอ กลัวแทบแย่ว่าพี่มิคจะร้องไห้ ไม่แน่ใจว่าเพลงนี้ใช่รึเปล่านะที่ช่วงจะเรามองเห็นพี่มิคพูดว่า I love You กับ แคสสิโอเปีย เราอยากบอกเหมือนกันว่าเราก็รักพี่มิคมากๆเช่นกัน โค้ด Fan Cheer วันที่ 16 คือ ตอนาจิมา แปลว่า อย่าจากไปนะ แน่นอนว่ามันไม่ใช่การรั้งตัวเอาไว้ให้มีตัวตนอยู่กับเรา เรารู้ว่าเราเป็นแฟนคลับหรือแคสสิโอเปียในประเทศเล็กๆ แต่มันคือคำขอร้องว่า อย่าให้พวกเขาต้องจากเราไปตลอดกาล อย่าออกไปจากใจเรา อย่าได้เอาความทรงจำดีๆในวันนี้ออกไปจากใจของเขา ขอให้อย่าลืมพวกเรา และกลับมาอีกครั้ง ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวของเธอจะไปแล้ว แต่ฉันยังปรารถนาที่จะพบเธออีกครั้ง อยากเจอเธออีก ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวเธอจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ฉันยังปรารถนาให้เธอไม่มีวันลืม อยากให้เธอจดจำวันนั้นไว้ ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวเธอจะไปอยู่แห่งหนใด แต่ฉันยังปรารถนาที่จะพบเธออีก อยากให้เธอกลับมาหาเรา ฉันเชื่อว่า จะต้องได้พบกับเขาอีกอย่างแน่นอน หวังให้ทงบังชินกิ ตัวฉัน และแคสสิโอเปียแข็งแรงพอที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง 'Cause You're my MIRACLE. 14 décembre นับถอยหลังสู่งานคอนทงบังชินกิ ไม่ได้บันทึกมาหลายวัน จริงๆก็มีเรื่องราวมากมาย แต่กับตอนนี้และวินาทีนี้เรานึกออกแค่นี้ "ฉันจะได้เจอท่านเทพแล้ว" มีเพียงประโยคนี้เท่านั้นที่ฉันกรีดร้องซ้ำๆอยู่ในใจ "ท่าน เทพ"ที่ว่าก็คือ"ทงบังชินกิ" กลุ่มนักร้องชายหรือที่เรียกกันว่าบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีที่ฉันชอบมากๆ พวกเขามีสมาชิกห้าคน ทั้ง ยูโน ยุนโฮ, เชวกัง ชางมิน, ยองอุง แจจุง, มิคกี้ ยูชอน และ ซีอา จุนซู หรือ จะเป็นชื่อเรียกอื่นๆก็แล้วแต่ตามที่แต่ละคนจะรู้จัก แต่ไม่ว่าจะชื่อเรียกแบบไหน พวกเขาก็คือ "ทงบังชินกิ" ที่ฉันชอบมากๆอยู่ดี นับ ตั้งแต่คอนเสิร์ทปีที่แล้วที่ทำให้ฉันประทับใจไม่มีวันลืม แม้จะได้มองพวกเขาจากที่ไกลๆก็ตาม มันทำให้ฉันมีความสุขมาก และทำให้ฉันตั้งปณิธานว่า "คอนเสิร์ทครั้งหน้าฉันจะมาพบพวกเขาอีกครั้ง" ฉัน จึงตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินจำนวนหนึ่งที่นับว่ามันไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับวัยรุ่นวัยเรียนที่ต้องพึ่งเิงินจากพ่อแม่ เพื่อที่จะซื้อบัตรไปดูเขา ไปฟังเขาร้องเพลง ที่ฉันเคยฟังเสมอๆในไอพอดที่ฉันก็อบเพลงจากแผ่นซีดีของเขา เพลงรักเพลงเก่าที่มอบพลังให้ฉันเสมอมา ตอนจองบัตรมีคนไม่น้อยเลยที่ อยากจะไปพบเขาเหมือนฉัน แม้จะเป็นคนจำนวนน้อยนักในจำนวนประชากรของประเทศนี้ แต่มีมากมายเหลือเิกิน และมันก็ทำให้ฉันพลาดการจองบัตรล่วงหน้า แต่เพียงแค่นั้นก็ยังไม่ทำให้ฉันท้อใจ เพราะวันที่ 14 ต.ค. 2550 จะมีการจองล่วงหน้าอีกครั้งในช่วงเช้า และมันก็ทำให้ฉันต้องพลาดอีก แต่โอกาสก็ยังไม่หมดเสียทีเดียวเพราะผู้จัดเปิดให้จองบัตรสาขาอื่นได้ ฉันจึงเดินไปยังเคานท์เตอร์จองบัตรในห้างอื่นๆเพื่อที่จะจองบัตร แต่ทุกๆทีก็จะมีคนที่รักเขาชุมนุมกันจองบัตรเต็มไปหมด ฉันจึงโทรศัพท์ไปหาบริษัทผู้จัดการเรื่องจองบัตร จนทราบว่าฉันสามารถซื้อบัตรทางโทรศัพท์ได้ ฉันจึงขอจองบัตรในวันที่ 15 ธ.ค. วันเกิดของซีอา จุนซู หนึ่งในสมาชิกของวงที่ฉันชอบมากที่สุดแต่ทว่าบริเวณที่ฉันต้องการถูกจองไป แล้ว ฉันจึงจองวันถัดไปแทน แม้ฉันจะเสียใจที่ไม่ได้ไปฉลองวันเกิดให้ คนที่ฉันรัก แต่ฉันก็พอใจมากที่จะได้พบคนที่ฉันรัก ในสถานที่ๆเขาจะไม่ต้องเป็นกังวลว่าฉันจะบาดเจ็บไหม เพราะสำหรับทงบังที่เป็นห่วงแฟนๆทุกคนเสมอ ฉันจึงเลือกที่ๆจะไม่ต้องลำบากถ้าฉันจะได้พบเขา และฉันก็มั่นใจว่าใครหลายๆคนที่รักเขาเหมือนที่ฉันรัก จะทำให้เขามีความสุขได้แม้จะไม่มีฉันอยู่ที่นั่นก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นวันไหน ฉันก็จะได้พบเขา และไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็เป็น"ทงบังชินกิ"ที่ทำให้ฉันมีความสุข และไม่กี่วันเราก็จะได้พบกัน...เราจะมีความสุขด้วยกัน ในวันที่เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก จะได้พบกับ แคสสิโอเปียในประเทศเล็กๆแห่งนี้ 25 avril วันครบรอบ 1 ปีที่เป็นสาวกดงบังชินกิมีวันนึงที่เรานึกสงสัยว่าเราชอบดงบังชินกิตั้งแต่เมื่อไหร่?
เคยบอกว่าชอบดงบังชินกิมาตั้งแต่ม.ปลาย แต่เราขอนับเอาตอนที่เราชอบดงบังชินกิมากๆแบบนี้
เราจำได้ว่าตอนนั้นเราเขียนลงไปในสมุดเล่มหนึ่ง(ที่เป็นทั้งไดอารี่ จดศัพท์แปลสปอย ร่างฟิค) ด้วยความบ้าคลั่งว่าชอบดงบัง เราเลยไปขุดสมุดนั้นมาดูจนเจอหลักฐาน
ในสมุดนั้นลงวันและเวลาเอาไว้
วันที่ 25 เม.ย. 2549 เวลา 2.11 น.
(คือเวลาที่มิบุเขียนไดอารี่จะชอบจดเวลาลงไปด้วย)
แล้วก็เขียนพล่ามถึงความหรูเลิศของดงบังชินกิ หลังดูเอ็มวีและดูละครบันจุนตอน Dangerous Love
ใจจริงเราอยากแสกนให้ดูนะแต่อ่านไปแล้วอายยยย
ไม่ให้ดูดีกว่า
เอาเป็นว่าขอรักดงบังไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ดงบังชินกิไปเรื่อยๆ จะพยายามไม่เบื่อง่ายๆนะ
แต่จะว่าไปเราก็ไม่เคยชอบดารานักร้องคนได้มากและยาวนานเท่าดงบังมาก่อนเลย
เคยมีบางช่วงที่คิดว่า...ฉันจะหยุดชอบเขาไหมนะ แต่เราก็ยังต่อไปได้ ไม่น่าเชื่อเลย เราเองก็ยังไม่เชื่อตัวเองเลย คิดดูสิ
ปล.ยูซอนแข็งแรงๆนะ คนอื่นๆก็อย่าหักโหม รักษาสุขภาพ ขอให้แข็งแรงๆนะ
ปล.สองขอแปะรูปมินิดงบังชินกิหน่อยนะ หุหุหุ
Credit:TVXQ Fiction
มินิดงบังชินกิ น่ารักเป็นบร้า.... 10 avril จุดเริ่มต้นของหัวใจ...ให้ดงบังชินกิวันนี้เปิดบอร์ดฟิคดงบังชินกิ ไปเจอกับกระทู้นึงที่เราเคยตอบไปแล้ว แต่เพราะว่างจัดเลยเปิดเข้าไปดู ก็อยากอ่านความเห็นของคนอื่นบ้าง และหัวข้อกระทู้นั้นก็ถามว่า "คุณชอบดงบังชินกิเพราะอะไร" เราตอบลงไปในกระทู้นั้นแล้วล่ะ แต่เราอยากจะเขียนลงที่นี่อีกที เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเขียนนานแล้ว แต่ไปเขียนเรื่องอื่นซะก่อน วันนี้ฤกษ์ดี มีใจพร้อมที่อยากจะเขียนอะไรก่อนนอน และเราจะเริ่ม ณ บัดนี้...
ย้อนเวลากลับไป...ตอนที่ฉันยังอยู่ม.ปลาย ไม่แน่ใจว่าม.ไหนกันแน่...ตอนนั้นฉันยังอยู่บ้านเดิม คอนโดที่สุขุมวิท 59 เป็นช่วงเวลาที่ฉันชอบดูChannal V กับ MTV มากๆ และวันนั้นจำได้ว่าฉันเปิดดูรายการ Remote Control และก็ได้พบกับ MV ของนักร้องชาย 5 คน ความที่ฉันเรียนภาษาญี่ปุ่นมา ทำให้ฉันแยกออกว่า เด็กผู้ชายน่าตาน่าเอ็นดูกลุ่มนั้น เป็นคนเกาหลี ฉันเพลิดเพลินกับดนตรีที่น่ารัก เสียงที่ทำให้ฉันสบายใจจนต้องคลี่ยิ้มออกมา จนลืม ที่จะดูชื่อนักร้องและชื่อเพลงที่ปรากฏขึ้น แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว วันต่อมาฉันเปิดรายการนั้นอีกครั้งเพื่อรอ MV นั้น ฉันเห็นชื่อของนักร้องกลุ่มนั้น เขียนว่า TVfXQ เพลง Hug แต่อะไรนะ? นักร้องกลุ่มนั้นชื่อ TVfXQ เหรอ? ชื่อแปลกจัง ไม่สิ แชนแนลวีอาจพิมพ์ผิดก็ได้ ครั้งนึงยังเคยพิมพ์ชื่อเพลงผิดเลย แล้วทำไมวีเจถึงไม่พูดอะไรกับเอ็มวีนี้เลยฟระ ให้ข้อมูลนักร้องหน่อยเซร่ แต่วีเจ ก็ไม่พูดอะไรออกมาสักแอะ เวลาผ่านไปสามสีวัน MV นี้เปิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับวีเจที่เริ่มทำงาน คนก็ขอเอ็มวีนี้มากขึ้น ฉันก็เปิดแต่แชนแนลวีรายการนี้เพื่อหวังจะได้เจอพวกเขา โดยเฉพาะผู้ชายใส่ชุดอเมริกันฟุตบอล ขยิบตาให้ทุกวัน ไม่นานเท่าไหร่นักฉันก็รู้ว่าพวกเขาคือ ดงบังชินกิ และก็ต้องแปลกใจว่าทำไมนักร้องเกาหลีต้องใช้ชื่อวงการตลกๆแบบนี้ด้วยนะ ฉันนึกสงสัยแต่ก็ไม่เคยจะหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะตอนนั้นสิ่งที่ฉันชอบคือการ์ตูน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือก็ต้องหนังสือการ์ตูน นิตยสารก็ต้องเกี่ยวกับการ์ตูน เน็ตก็ต้องเปิดบอร์ดหรือเล่นเว็บการ์ตูน ประกอบกับแม่ที่อยากดูอยากอื่นนอกจากแชนแนลวีจึงเริ่มประท้วงลูก ฉันจึงหยุดที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารของดงบังชินกิ และฉันยังมีความเชื่อบางอย่างด้วย...เพราะแม่ฉันและตัวฉันเคยอ่านบทความที่เขาเขียนถึงผู้ชายชาติต่างๆ คนเกาหลีก็คือหนึ่งในนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกแย่กับผู้ชายเกาหลี และมีอคติกับนักร้องเกาหลี เพราะฉันเคยถูกกระแสโปรโมทหลอกลวงฉันมาก่อน ฉันจึงไม่อยากให้กระแสเกาหลีมาทำแบบนี้กับฉันอีกครั้ง เพราะอย่างนี้ฉันจึงพลอยไม่ชอบดงบังชินกิไปด้วย จนเวลาผ่านไป เมื่อดงบังชินกิออกอัลบั้มชุดที่ 2 ฉันได้ดูเอ็มวี Rising Sun เวลานั้นฉันปล่อยวางไม่ได้เกลียด แต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายนัก แต่ก็สร้างกระแสให้กับเพื่อนฉันบางคน จึงมีเพื่อนคนหนึ่งเอา MV Warning ของ SS501 มาเปิดให้เพื่อนดู ยอมรับว่าเอ็มวีนั้น SS501 เท่ห์มากแล้วเรากับเพื่อนๆที่ได้ดูก็ชอบ แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะพวกเขา่ดูดี แต่มันยังไม่ประทับใจ ดูสวยงาม แล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านั้น หรืออาจเป็นเพราะตอนนั้นฉันยังมีอะไรทำมากมาย ฉันยังมีความสุข และฉันอาจจะยังมีสิ่งที่รักอยู่แล้วก็ได้... คืนวันผันผ่านจนถึงเวลาที่ฉันกำลังรอคอยเพียงลำพัง เป็นช่วงเวลาปิดเทอมที่เครียดที่สุดในชีวิต แล้วฉันก็เหงาเหลือเกิน ฉันต้องย้ายออกจากบ้านที่สุขุมวิท 59 มาอยู่บ้านของน้าที่แฮบปี้แลนด์ บางกะปิ วันแรกๆฉันไม่มีอะไรจะทำเลย ช่วยขนของ แล้วก็นอน ช่วงนั้นฉันนอนเร็วมาก อ้อตอนนั้นสอบโอเน็ตเอเน็ทเสร็จครบพอดี ฉันขาดการติดต่อกับเพื่อนๆไปนานจนกระทั่ง พ่อให้คนมาทำเอดีเอสแอล ฉันถึงมีอะไรทำ ได้คุยกับเพื่อนๆ ได้เปิดบอร์ดอ่านสปอย โหลดแสกนการ์ตูนมาอ่าน ตอนนั้นฉันสบายใจขึ้นมาก เพราะการ์ตูนที่ฉันขนมาถูกห่อไว้ฉันไม่กล้าแกะออกมาอ่าน(จนบัดนี้) มันจึงทำให้เวลาก่อนหน้าติดเน็ตมันน่าเบื่อสำหรับฉัน หลังจากที่ติดเอดีเอสแอล ทุกอย่างก็ดีขึ้นมากฉันสบายใจขึ้น เริ่มร่าเริง แต่ลึกๆฉันกังวลกับโอเน็ตและเอเน็ทฉันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย ตัวฉันที่นั่งอยู่เฉยๆแต่หัวใจมันเหนื่อยเหมือนวิ่งอยู่ตลอดเวลา และฉันยังคงว้าเหว่ตอนนั้นฉันคิดว่าถ้าฉันมีพี่ชายก็น่าจะดีนะ พี่ชายที่เข้มแข็งและปกป้องน้องสาวอย่างฉัน แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฉันเป็นลูกคนเดียว แล้วลงท้ายจะให้มีพี่ชายตอนนี้ฉันไม่เอาดีกว่า แต่นี้ก็เหมือนการเฟ้อฝันแล้วจางหายไป เหมือนลมวูบหนึ่งที่พัดมาให้สดชื่น...จากนั้นมันก็ผ่านไป ท่ามกลางช่วงเวลาที่ยังไม่แน่นอนของโอเน็ทเอเน็ทที่เริ่มจะคลี่คลาย นั่นเพื่อนของฉันก็ส่งคลิปอันหนึ่งมาให้ฉันดู เขาบอกว่ามันเป็นคลิปวายที่เอามาโพสในพันทิพ อารมณ์เหมือนคู่รักหวานแหววในฟิค ฉันได้ยินคำว่าวายก็หูผึ่ง คลิกดู เพราะฉันชอบวายนะ เพื่อนฉันบอกว่าของวงดงบังชินกิ ฉันรับรู้มานานแล้วว่าพวกเขามีความสัมพันธ์แบบนี้เพราะเคยมีรูปหลุดออกมาก่อน แต่ฉันยังเฉยๆ แต่หลังจากฉันดูคลิปวีดีโอนั้นจบ ฉันก็รู้สึกว่า "กล้าเนอาะ...ทำไปได้...ไม่ห่วงภาพพจน์เลยนะเนี่ย" แต่ว่ามันก็น่ารักมาก ฉันได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนอีกคนที่ดูคลิปนั้นแล้วเกิดอาการแบบเดียวกับฉันโดยการสืบเสาะจนรู้ว่าเอ็มวีตัวนั้นมาจากการตัดต่อละครที่เขาเล่น ชื่อ Dangerous Love แล้วฉันก็หาเรื่องเต็มมาดู แล้วก็ดูเรื่องเต็มหลายรอบ แล้วเริ่มหาข้อมูลว่า คนนี้ชื่ออะไร ไม่นานฉันก็ได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนที่บอกทางฉันไปดู Dangerous Love แบบเต็มๆที่มีซับ (ตอนแรกดูแบบไร้ซับ ดูไปขำไป กริ๊ดไป ทั้งที่ฟังภาษาเกาหลีไม่ออกซักตัว) ให้ไปอ่านฟิคของคนๆหนึ่งชื่อเรื่องว่า Love Fool ฉันชอบอ่านฟิคโดยเฉพาะฟิควายอยู่แล้ว ประกอบกับสำนวนการแต่งดี อารมณ์เหมือนละครเกาหลี และความรู้สึกที่เหมือนของจริง ทำให้ฉันสนใจดงบังชินกิมากขึ้น ฉันสมัครเข้าบอร์ดแฟนคลับที่โพสฟิคเรื่องนี้ แล้วเริ่มอ่านฟิคเรื่องอื่นๆไปด้วย และฉันก็ไปซื้อซีดีดงบังชินกิมาฟัง ซีดีอัลบั้ม Rising Sun น่าแปลกที่ฉันชอบเพลงในอัลบั้มนั้นทุกเพลงและมักจะเปิดเพลงดงบังชินกิฟังก่อนนอน เพียงเวลาแค่ไม่กี่เดือนฉันดูคลิปดงบังไม่รู้กี่คลิปต่อกี่คลิป อ่านประวัติและบทความของดงบังไม่รู้กี่บท อ่านฟิคไม่รู้กี่เรื่อง ฟังเพลงไม่รู้กี่เพลง แต่สิ่งที่ฉันรู้คือ ฉันรู้เรื่องของดงบังชินกิมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกชอบมากขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญฉันรู้สึกสบายใจและมีพลังเวลาที่ได้ฟังเพลงของเขา ถึงฉันจะยังรู้สึกเหงาเพราะฉันอยู่คนเดียวแต่ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงของดงบังก็เหมือนฉันไม่ได้อยู่ตามลำพัง เสียงของพวกเขาปัดเป่าความเหงาในใจฉันไป พัดพาความอ่อนล้าของฉันไป ทุกครั้งที่ได้อ่านบทความ ได้ดูคลิปที่พวกเขาทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน พวกเขาดูอบอุ่นและรักกัน ฉันก็รู้สึกมีความสุขและได้รับความอบอุ่นนั้นมาด้วย ยิ่งตอนนั้นฉันได้ฟังเพลง 明日は来るから(Asu Wa Kuru Kara) ทำให้ฉันท้อแท้สับสนและไร้กำลังใจ มีพลังมากขึ้น แล้วตอนนั้นฉันก็รู้และยอมรับกับตัวเองว่า...ฉันรักดงบังชินกิซะแล้ว แม้ว่าฉันจะติดตามพวกเขา ซื้อซีดีของเขา อ่านบทความของเขา อ่านฟิค ดูคลิปของเขา และไปดูคอนเสิร์ตของเขามาแล้ว แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าฉันยังไม่เป็นแฟนคลับที่ดี ฉันอาจจะยังไม่เป็น Cassiopia ที่ดีนัก แต่ฉันก็จะติดตาม และเป็นกำลังใจให้เขาต่อไป เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยให้กำลังใจฉัน แม้เขาจะไม่เคยรู้ แม้ว่ามันเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สำหรับคนขี้เหงาที่จิตใจอ่อนแออย่างฉัน แค่นี้ก็พอแล้ว กับดงบังชินกิ ฉันเองก็ยังไม่เคยชอบนักร้องคนไหนเท่านี้มาก่อน บอกตามตรงว่าฉันมองข้ามทุกอย่างได้หมด ไม่ว่าเขาจะมีอดีตที่เลวร้าย หรือบางครั้งก็ทำผิดพลาด (อย่างที่ครั้งนึงแจจุงเคยโดยจับข้อหาเมาแล้วขับ) หรือเรื่องเล็กน้อยอย่างการทำสีผม ทรงผม หรือแส่เสื้อผ้าแปลกๆ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงว่าไปแล้วแต่ตอนนี้ฉันกลับยอมรับ และชมเขา เป็นศิลปินคนแรกที่ทำให้ฉันคิดว่าจะติดตามเขาต่อไป ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็ตาม โดยที่ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และเป็นศิลปินคนแรกที่ฉันยอมเสียเงินไปดูคอนเสิร์ตคนเดียว เพราะอยากเห็นหน้าแม้จะดูจากที่ไกลๆก็ตาม ฉันคงรักดงบังชินกิจริงๆนั้นแหละ แม้อนาคตไม่แน่นอน แล้วตัวฉันก็ไม่แน่นอน ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนขี้เบื่อ สักวันฉันอาจจะเลิกรักดงบังชินกิก็เป็นได้ แต่ฉันจะไม่มีวันลืมพวกเขา และตอนนี้ฉันก็จะติดตามเป็นกำลังใจให้เขาต่อไป ถ้าพวกคุณให้ฉันเป็นแคสสิโอเปียที่อยู่บนฟ้า ฉันก็จะเป็นแคสสิโอเปียที่สาดแสงเป็นกำลังใจให้คุณเสมอไป ปล.เหมือนพวกคลั่งเลยนะ มีใครคิดอย่างนั้นรึเปล่า แต่เราว่าเรายังธรรมดานะ หรือไม่ธรรมดาหว่า? ไม่รู้สิ 4 avril HBD Eunhyuk Lee Hyukjae |
|
|