| Profil de chuka[มิบุ]PANIC ROOM:ห้องเก็บของขอ...PhotosBlogListes | Aide |
|
|
15 février Black Valentine ทีแรกว่าจะไม่เขียนแล้วเพราะเลยวันมาแล้ว แถมอารมณ์ดีขึ้นแล้วด้วย แต่คิดว่ายังไงก็ต้องเขียนลงไปให้ได้ เพราะเราอยากบันทึกเหตุการณ์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 2551 นี้เอาไว้ในความทรงจำ ว่าวันนี้คือวันที่ซวยที่สุดวันหนึ่งของเรา แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่เราไม่มีแฟนหรือใครมาให้ของขวัญหรอกค่ะ ลองฟังดูมันมีเรื่องซวยกว่านี้ เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าวันนี้ตื่นเช้ามากๆเลยคิดว่ายังไงคงไปถึงช่วงแปดโมงปลายๆ นั่งเล่นหาของกินแถวหน้ายูเอฟเอ็มก่อนเรียนชิลล์ๆ ตื่นตั้งแต่ตีห้า ออกเจ็ดโมงตรงเวลา ไปตอนนี้ปกติไม่ติด วิ่งฉิว ที่ไหนได้ รถผ่านไฟแดงหน้าเดอาะมอลล์บางกะปิไปหน่อยก็ต้องมาติดอยู่หน้าตะวันนาทั้งๆที่ปกติไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยังติดไปเกือบตลอดทาง เลวร้ายมากๆ สรุปคือกว่าจะไปถึงมหา'ลัยก็เกือบ 9 โมงครึ่ง...แย่อ่ะ ต่อมาพอเข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นกลายเป็นว่าอาจารย์อีกคนมาสอนแทน...เราไม่คุ้นกับแกเลยเกร็งเลย ต่อมาคือไปนั่งเล่นเน็ตหอป๋วย...ได้เล่นไม่เท่าไหร่กำลังจะขอดูหน้าท่านเทพอ่านฟิคซักเรื่องแต่เพื่อนก็โทรมาตามไปทำงานซะแล้ว ความจริงช่วงบ่ายของพฤหัสเป็นวันว่างที่เราไปหาหมอหน้าแล้วจะแจ้นกลับมาดูดีวีดีคอนโทโฮสองคอนที่ซื้อมาเมื่อวาน แต่ก็ต้องทำงานไม่เป็นไร ชุติกาญจน์ทนได้เพื่อ เกรดบี ระหว่างออกเดินทางไปยังหอเพื่อน สองข้างทางก็รายล้อมไปด้วยบรรยากาศสีชมพูหวาน แอบเซ็งเป็ดนิดหน่อยว่าทำไมตรูไม่ได้กลับไปฉลองกับจุนซู(ในดีวีดีซะที) แต่ก็ต้องท่องคำว่างานๆๆๆซ้ำไปซ้ำมาปลุกใจ พอมาถึงหมู่ตึกโซนซี นางจินก็ถึงกับงงเต็กหาหอเพื่อนไม่เจอเดินร้อนหัวแดงอยู่ครู่หนึ่งก่อนเซ็นต์เดินทางจะกลับมาเป็นปกติเข้าหอเพื่อนถูก ช่วงทำงานไม่มีสมาธิเลย ช่วยงานนิดหน่อยนอกจากนั้นก็อ่านนิตยาสารของเพื่อนอย่างเมามันส์ จากนั้นก็แบ่งส่วนที่ต้องรับผิดชอบในการพรีเซ็นต์เพื่อพูดในวันจันทร์ แล้วก็แยกย้ายกัน เอาหล่ะ...ช่วงนี้ไม่มีอะไรขอข้ามไปช่วงขึ้นรถเมล์กลับดีกว่า ทีแรกพอนั่งรถตู้จากม.มาเห็นถนนอีกฝากที่เป็นทางกลับบ้านติดแหงกแล้วก็แทบช็อคแต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า เดี๋ยวมันคงไปได้เรื่อยๆ เลยขึ้นรถเมล์ที่ไหนได้ ติดโคตรๆ นั่ง 145 ปรับอากาศ จนหลับไปตื่นไปเกือบชั่วโมงครึ่ง...รถเมล์ดันมาเสียกลางทาง จากที่ต้องนั่งมาสบายๆ ตูเลยต้องมาลำบากขึ้นรถโนแอร์ ที่นังจินไม่รังเกียจที่มันไม่มีแอร์แต่รังเกียจที่คนเบียด บางคนก็ทำท่ารังเกียจตูที่มาเบียดอีก เชอะ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่ใกล้เคียงกับเสป็คมีหวังสบถด่าออกไปแล้ว ตาสารกระเบือเอ๊ยยยยย ไม่อยากบอกว่าคุณพี่กระเป๋าที่แสนหวังดีบอกให้ผู้โดยสารตาดำๆอย่างอิฉันเก็บตั๋วรอ 145 คันต่อไปไม่ต้องเสียเงิน แต่คุณพี่คระ...รถติดเหมือนเอากาวตาช้างมาแปะรถติดถนนขนาดนั้น เที่ยงคืนหนูจะถึงบ้านไหมค่ะเนี่ย แล้สที่น่าแค้นและน่าดีใจไปพร้อมก็เห็นจะเป็นว่าพออิฉันขึ้นรถโนแอร์ จราจรก็ไม่ติดขัดอัดแน่นอีกเลย เจริญจริงๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...นั่งรถปรับอากาศไม่ดีเสมอไปจริงๆ 8 décembre ถ้าไม่เขียน...ต้องนอนไม่หลับแน่ วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ อยากจะบันทึกเอาไว้ คิดไว้ว่าจะบันทึกลงในไฮไฟว์ แต่ดันเข้าไม่ได้ซะนี่ ก็เลยกลับมาเก็บเรื่องราวในวันนี้ลงในห้องเก็บของเล็กๆแห่งนี้ ขอเริ่มตั้งแต่เช้า เช้าวันนี้เป็นวันเสาร์ก็จริงค่ะแต่มิบุต้องตื่นแต่ไก่โห่แบบวันที่ไปเรียนตามปกติ(เรียนท่านที่ยังไม่ทราบมิบุไม่ได้อยู่หออีกแล้วค่ะ กลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านแล้ว เป็นเด็กไปกลับ ไม่ใช่เด็กหอแล้วค่ะ) เพราะวันนี้มีสอบย่อยวิชาภาษาญี่ปุ่นค่ะ มิบุเองก็ย้ายเอกมาอยู่เอกญี่ปุ่นแล้ว และก็เพิ่งจะเรียนเทอมนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ห่างหายไปปีครึ่ง ถึงจะเป็นเรื่องราวที่เีัรียนมาแล้ว แต่มิบุมีความสุขทุกวันที่ได้เรียนค่ะ แต่จะไม่สุขเพราะสอบนี่แหละ จริงๆแล้วมิบุก็ทำได้นะคะ มั่นใจประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ อีกสามสิบเผื่อใจเอาไว้ กลัวเข้าใจผิดและผิดพลาด ที่ยากที่สุดคือแปลไทยเป็นญี่ปุ่น ....ยากแค่ไหนถ้าเทียบกับคณิตศาสตร์โจทย์ที่ได้มาคือโจทย์ระคนห้าชั้นได้เลยค่ะ แต่ตอนที่ไปสอบเนี่ย คิดว่าจะไปแบบก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงแบบทุกครั้งที่ไปเรียน เพราะเช้าวันเสาร์จะมีเด็กออกไปเรียนพิเศษก็เลยรีบ เลยไม่เลือกรถโดดขึ้นสายแปด (ขอขยายความนิดนึงว่ารถเมล์สายแปดเป็นรถเมล์สายเอกชน(ขาวฟ้า)ที่ได้ชื่อว่าขับได้น่ากลัวที่สุด) คนขับก็รีบโคด คงนึกว่าตัวเองกำลังขับรถเหาะ ขับเร็วมาก ใช้เวลาแค่30นาทีจากปกติต้องหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ อาจเป็นเพราะอาทิตย์นี้หลายๆคนหยุดยาวด้วยก็ได้ แต่เราต้องมานั่งสอบเหอๆๆ พอสอบเสร็จก็ทำตามแผนคือไปดูหนังเรื่องนึงที่อยากไปดูมากตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะเข้าฉายเมื่อไหร่ จนเพื่อนมาสครีมให้ฟังว่าวายนักวายหนา ในพันทิพก็มีกระแสหนังเรื่องนี้อยู่มาก ไม่ใช่ว่าไม่อยากรีบดูหรอกนะคะ แต่เพราะแผนที่วางไว้มันล่มบ่อย เรื่องของเรื่องคือหนังไทยที่เป็นหนังสไตล์นี้เราต้องไปดูคนเดียวค่ะ ก็เลยหาเวลาปลีกตัวออกมายาก ยิ่งถ้าอยู่บ้านแล้วอยากจะเดินออกมาดูหนังคนเดียวนี่ไม่ได้เด็ดขาด มิบุก็เลยต้องอาศัยช่องหลีบเวลาแบบนี้ออกมาเพื่อดูหนังค่ะ แล้วมิบุก็ได้ดูจนได้ทีแรกคิดว่าจะแห้วเพราะช่วงเที่ยงๆรถติดแต่ทันเวลาพอดีเลยค่ะ อีกเรื่องเพราะไม่ค่อยจะหิวมากด้วยเลยหาขนมกินก่อนเข้าโรงหนัง ก็อยู่ท้องแล้วค่ะ ลืมไป...นี่เรายังไม่ได้บอกเลยว่า ไปดูรักแห่งสยามมา ถึงจะเข้ามานานแต่มันยังไม่ได้ออกโรงไปนะคะ ยังพอมีรอบอยู่ ไม่อยากบอกว่าจองก่อนฉายหนึ่งชั่วโมงยังไม่มีคนจองเลยค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าคงจะได้ยึดโรงแล้วกรี๊ดดดดให้โรงแตก แต่ที่ไหนได้สักพักคนก็เข้ามากันเต็มโรงเลย พอฉากโต้งกับมิวออกมาทีไรก็กรี๊ดกันเป็นหมู่คณะ สุขใจมากๆเลยค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้มากเลย วายได้ใจเลยค่ะ นอกจากนี้สัญลักษณ์แฝงก็หาง่าย เรื่องนี้เข้าใจง่ายค่ะ ทุกอย่างดูลงตัวและเป็นธรรมชาติ ผกก.ทำให้เราหวนรำลึกถึงวัยเด็กได้ในฉากสมัยเด็กของมิวกับโต้ง ชอบมากค่ะ และสีของทั้งสองคน มิวสีเขียว โต้งสีฟ้า จะว่าไปสีของสองคนนี้ก็มีความหมาย สีฟ้า ในภาษาอังกฤษคือ Blue มีความหมายถึงความเศร้า แต่สีเขียว จะใช้ในแง่ของความสงบ สดชื่น แทนความรู้สึกของตัวละครอย่างตัวของโต้งที่ตลอดเรื่องตั้งแต่พี่แตงหายไปโต้งแทบจะไม่ยิ้ม แต่พอเจอกับมิวโต้งก็จะยิ้มได้ สีเขียวของมิวทำให้โต้งผ่อนคลายและสดชื่นค่ะ เราเชื่ออย่างนั้น และอีกจุดหนึ่งคือตอนจบ (ไม่อยากสปอยก็ข้ามไปเลยค่ะ) บางคนอาจผิดหวังว่าทำไมโต้งไม่คบกับมิวทั้งที่โต้งก็ตัดขาดจากโดนัท (ไม่ขอเอาทฤษฎีปฏิเสธซ้อนปฏิเสธในประโยคของโต้งที่พูดกับมิวในตอนจบนะคะ) แต่อยากจะให้สังเกตละครประวัติวันคริสตมาสที่ทั้งสองคนเล่นด้วยกัน โต้งเล่นเป็นแกะ มิวเล่นเป็นพระเจ้า และถ้าสังเกตโปสเตอร์ตรงหัวเตียง เป็นรูปไม้กางเขนสีดำบนฉากสีเขียว เราว่าโปสเตอร์นั่นแทนตัวของมิวค่ะถ้าจะให้อธิบายเราคิดว่าสำหรับโต้ง โต้งคิดว่ามิวเป็นพระเจ้าของเขา ส่วนโต้งคือลูกแกะที่หลงทางและสับสน โต้งรักมิวเพราะมิวให้สิ่งดีๆทำให้โต้งมีความสุข เหมือนพระเจ้าไงค่ะ แต่กับมิว มิวจะไม่คิดว่าโต้งเป็นแบบนั้น เราคิดว่าสำหรับมิวโต้งคงเป็นคนที่เขารักและอยากจะแชร์บางสิ่งบางอย่างด้วยกัน เพราะงั้นความรักของทั้งคู่จึงต้องจบลงแบบนี้ เพราะนิยามความรักของคนสองคนมันแตกต่างเกินไป เข้ากันไม่ได้ แต่ตอนท้ายถ้าจำตุ๊กตาไม้ที่โต้งให้มิวเป็นของขวัญสมัยเด็กแต่มันขาดจมูก พอโต้งให้จมูกมิวมา ก็เหมือนความสมบูรณ์แบบในตัว แม้มันจะเบี้ยวๆ(ตุ๊กตาในตอนจบหลังจากถูกมิวใส่จมูกให้จะหน้าเบี้ยวๆและจะออกแนวหน้าบูด) แทนความเศร้าจากความสมบูรณ์ที่ไม่สวยงามอย่างที่จะให้เป็น แต่เพราะส่วนประกอบที่หายไปอยู่ครบ เหมือนโต้งที่เคยหายไปจากมิวและกลับมาแล้ว กับถ้อยคำสุดท้ายที่โต้งบอก ก็ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู็่จะพัฒนาไม่ได้ มีรักก็ย่อมมีหวัง...ใช่ไหมค่ะ? มีฉากเด็กอีกหลายฉากที่ชอบ ชอบที่สุดคือฉากจัดต้นคริสต์มาส ที่แม่ให้โต้งเอาตุ๊กตามาติดแล้วโต้งก็ไม่รู้ว่าจะติดยังไง จะเลือกตัวไหนดี จนแม่แอบอารมณ์เสีย โต้งเลยบอกแม่ว่า "เดี๋ยวถ้าแม่ไม่ถูกใจก็มาว่าโต้งอีก" คือไม่อยากบอกว่าประโยคนั้นเป็นประโยคที่มิบุพูดกับแม่ในใจบ่อยมาก โดยที่ไม่อาจออกมาเป็นคำพูดได้ มิบุจึงเงียบแล้วให้แม่บ่นไป แต่ประโยคของโต้งประโยคนี้มันโดนใจเรามากจริงๆ ชอบมากๆเลยคะ่ ยิ่งแม่บอกโต้งว่า "เลือกที่คิดว่าดีที่สุด" ฟังแล้วมันมีพลังขึ้นมาเลยค่ะ ฉากต่อมาคือฉากช่วงปาร์ตี้มีฉากย่อยสองฉากที่ชอบคือฉากที่มิวร้องเพลงกันและกัน แล้วมองมาที่โต้ง โต้งก็มองยิ้มๆกลับไป โดยมีพี่จูนที่สังเกตการณ์แล้วเดาใจออกว่าสองคนนี้เขาคิดอะไรอยู่ เป็นฉากที่เรากรี๊ดมาก โต้งกับมิวนี่ยิงความรู้สึกรัวออกมาทางสายตาแบบไม่บันยะบันยังเลย พี่จูนก็ฮามากพยายามส่งซิกบอกมิวว่าเก็บอาการ...แต่ไม่มีใครสนใจ... สังเกตเสื้อโต้งให้ดีว่าเขียนข้อความว่าอะไร รู้เลยว่าโต้งมีความสุข กับฉากหลังงานปาร์ตี้ที่โต้งกับมิวกอดคอไปๆมาๆก็จุ๊บกัน คุณแม่แอบเห็น ...สุดๆเลยค่ะ ตอนจูบกันนี่ว่าหวานสุดยอดตอนที่แม่เห็นลูกชายจูบกับเพื่อนแล้วรับไม่ได้นี่ก็สุดๆเหมือนกัน ชอบมากๆเลยค่ะ แล้วอีกฉากที่ชอบคือฉากที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงมากๆ พ่อตบแม่แม่ตีแล้วก็ด่าพ่อสารพัด ยิ่งคำว่า "ไอ้ขี้แพ้" เนี่ยสุดๆเลย สองคนนี้เขาเล่นดีจริงๆค่ะ บอกเลยว่าโดน นอกจากนี้ยังมีฉากอีกมากมายที่ชอบ ชอบเพื่อนของมิวที่ชื่อเอ็กซ์ตอนที่เอาเอกสารมาให้มิวเซ็นต์ เอ็กซ์พูดดีมาก "ถึงเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังเป็นเพื่อน" หรือฉากของมิวกับอาม่า ชอบวิธีการพูดของอาม่าเวลาพูดกับมิว อีกฉากนึงที่ชอบคือฉากที่โต้งไปค้างบ้านมิวแล้วสองคนนอนกอดคอกัน....รู้สึกดีมาก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เติมเต็มอะไรให้เราได้ ดูแล้วจรรโลงใจ อาจเป็นเพราะว่าเป็นสาววายและแอบไปทำการบ้านก่อนชมจึงพยายามเก็บรายละเอียดเต็มที่อย่างตั้งใจเลยค่ะ จึงคิดว่าหนังเรื่องนี้ให้เราได้เต็มที่ เรามีความสุขกับมันมาก ฉากที่สยามเราก็ชอบเพราะต้องเดินผ่านประจำ ได้ข่าวว่าจะไม่มีสยามอีกเราคงคิดถึงที่นี่น่าดู ชอบหนัังเรื่องนี้ ให้เก้าสิบเก้าเต็มร้อย เพราะไม่ชอบโดนัท... ดีแล้วที่โต้งบอกเลิก เหอๆๆ 11 mai Just Talk พูดไปเรื่อยๆไม่ได้มาอัพนานเกือนสองอาทิตย์แล้วมั๊ง เหมือนเป็นสัญญานหรือลางบอกเหตุอะไรสักอย่างเลยว่า
"จะต้องได้ดองสเปซแน่ๆ"
หายไปนี่กำลังแต่งฟิคเรื่องใหม่ เป็นฟิคดงบังชินกิค่ะ เอาฉากและอิมเมจมาจากการ์ตูนที่เราอ่านน่ะ เป็นช็อคฟิค 3-5 ตอน กับ ฟิคยาวที่เรากำหนดเรื่องว่าไม่เกิน 10 ตอน ทั้งสองเรื่องแนวแอคชั่นแฟนตาซีทั้งคู่เลยค่ะ เป็นแนวที่เราไม่เคยแต่งเลยแต่งยาก โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่เราหนักใจมากเลย ตอนนี้เลยลบแก้ใหม่ แล้วก็มีไฟล์ฉบับร่างเรื่องเดียวกันแต่ร่างไว้ 3 ไฟล์ จนเราไม่รู้แล้วว่าจะใช้ไฟล์ไหนดี ถ้าใครอยากอ่านก็รอนะคะ เพราะเราจะรอแต่งให้จบแล้วจะมาลงทีเดียวเลย
หายไปหลายวันเราก็อ่านการ์ตูนไปหลายเรื่องนะ ช่วงที่เราหายไปมีพักนึงเรารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหาย เหมือนเราเอาแต่มองข้างหน้า หงุดหงิด เบื่อ แล้วก็เครียดมาก ก็เลยลองทำอะไรแบบแต่ก่อนดู เพราะเรารู้สึกว่าทำไมแต่ก่อนเราถึงมีความสุขนะ เราลองคิดดูว่าตอนนั้นเราทำอะไร เราเลยลองเอาการ์ตูนเก่าๆมาอ่านดูก่อน เข้าบอร์ดการ์ตูนบ่อยขึ้น ดูอนิเม แล้วก็หาการ์ตูนหนุกๆอ่านเหมือนแต่ก่อน มีเรื่องนึงเป็นเรื่องของ อ.คนแต่งคนโปรดของเราเขาออกเรื่องใหม่มาด้วยหละ ชื่อ อ.อารินะ ทาเนะมูระ เราชอบเรื่องตามหาฟูลมูนของแกมาก เลยตามเรื่องเก่าๆของแก่มาอ่านโดยเฉพาะ ไทม์ สแตรนเจอร์ เคียวโกะ สามเล่มแต่สนุกมาก ส่วนเรื่องฟูลมูนก็เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เราเชียร์พระเอก คือ ทาคุโตะคุง อย่างออกหน้าออกตา ทั้งๆที่นางเอกของเราชอบเอจิคุงแท้ๆ แต่ยังไงนางเอกก็ต้องคู่กับทาคุโตะคุงอยู่แล้วแหละ แล้วเรื่องใหม่เนี่ยคือเรื่อง
The Gentleman Alliance Cross
ซึ่งเราก็หยิบมาทันทีตอนไปซื้อโคนันเล่ม 51 เรื่องนี้เป็นเรื่องแรงของอ.อารินะที่ไม่ใช้เรื่องแนวแฟนตาซี(ทั้งที่หน้าปกจะดูเหมือนก็เถอาะ) ใจคิดว่านางเอกจะต้องมีพลังอะไรสักอย่าง แต่นางเอกเรื่องนี้ไม่มีพลังอะไร เป็นคนธรรมดา แต่เธอเคยเป็นนักเลงมาก่อน แบบว่านางเอกคนนี้ร่าเริงและบ๊องค์ๆแต่เธอมีความหลังที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวแค่เล่มแรกที่แพลมออกมาหน่อยๆก็ยอมรับว่าน่ากดดันมากแล้ว คิดว่าเล่มต่อไปจะต้องเข้มข้นแน่นอน รวมถึงความหลังของตัวละครอื่นๆทั้งพระเอก และ เพื่อนนางเอกคือ แม่ดอกไฮเดรนเยีย อุชิโอะจัง >_<~ แบบว่าเป็นตัวละครที่ออกมาตอนแรกแล้วชอบมาก เป็นคุณหนูเรียบร้อย นิ่งๆ เชิดๆ ปากเสียนิดๆ ชอบเรื่องนี้เพราะอุชิโอจังเลยนะเนี่ย แถมแวลาที่อยู่กับนางเอกจะเป็นตอนที่อุชิโอะจังยิ้ม น่ารัก น่าเอ็นดูมาก ถ้าขายูริมาเห็นเข้าต้องจิ้นแน่เลย เราไม่ใช่ขายูริเรายังกริ๊ด (ไอเนะจัง(นางเอก)คู่กับอุชิโอะดีกว่า ไอ้ชิซิมาสะมันหยิ่งปล่อยมันไปวายกับมางุริเต๊อะ) แต่ยังไงนางเอกก็ต้องคู่กับพระเอกอยู่ดี แต่ที่เราเชียร์ก็ไม่ใช่เพราะพระเอกไม่ดีนะ เราแค่หมั่นไส้เพราะมันหยิ่งแต่พระเอกเป็นคนดีค่ะ นอกจากจากเรื่องนี้เราก็ซื้อเรื่องบลีชต่อหลังจากที่ไม่ได้ซื้อมาอ่านนานสนุกเหมือนเดิม อยากอ่านถึงตอนที่อิจจี้ปลดปล่อยสวัสดิกะจัง แต่จริงๆเราพอรู้เรื่องแล้วนะคะเพราะเราอ่านสปอยในพันทิบช่วงนึง(ช่วงก่อนคลั่งเทพ) แต่หลังจากที่อิตจี้เจอไวซารด์ก็ไม่ได้อ่านอีก แล้วก็อ่านโคนันที่ออกเร็วโคนันเรารีบอ่านเพราะน้าเขาจะได้อ่านต่อหุหุหุ หนุกดี อ่านการ์ตูนแล้ว เราเองก็ดูด้วยนะดูเรื่องลัคกี้สตาร์ น่ารักดี แอบฮาแต่บางมุขก็ไม่ค่อยเข้าใจเพราะนางเอกเรื่องนี้มันเป็นโอตากุอ่ะแล้วเราก็ไม่ได้ดูการ์ตูนทุกเรื่องเลยไปค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ดูเพลินๆ ดูแล้วก็อยากดูอีก กับอีกเรื่องคือ เรื่อง Malancholy of Suzumiya Haruhi เป็นเรื่องที่เราชอบ ตลกมากเลยสนุกด้วย เราว่าเรื่องฮารุฮิทำออกมาได้ดีมากนะแล้วเรื่องก็เข้าใจวัยรุ่นดีมากๆเลย ยิ่งเพลงประกอบนี่สุดๆ ตอนดูใหม่นี่แหละที่ทำให้เราไปหาเพลง God Knowsที่ฮารุฮิร้องในงานโรงเรียน ลองไปหาอนิเมเรื่องนี้ดูนะคะ วันนี้ขอพอแค่นี้ดีกว่า เพลียมาก
23 avril นามนั้นท่านได้แต่ใดมา ตอน ชื่อสเปซใหม่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากเขียนมากๆแต่ลืมเขียนทุกที คือเรื่องของชื่อต่างๆ โดนประเดิมตอนแรกจากชื่อของสเปซชื่อใหม่ล่าสุดก่อน ชื่อแรกของสเปซ http://chukajinjinjin.spaces.live.com แห่งนี้คือ spaceเล็กๆในcyberspaceใหญ่ๆ ซึ้งชื่อนี้เป็นชื่อที่มิบุไม่พอใจเท่าไหร่แต่เมื่อคิดออกก็เลยใช้ไปก่อน ตอนตั้งคิดถึงเพลง Big Big World ขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นชื่อแรก แต่เรากฌคิดว่ายังไงจะต้องหาชื่อใหม่เปลี่ยนให้ได้ คิดอยู่นานก็มาคิดออกเอาช่วงหลังสงกรานต์ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า ห้องเก็บของดีกว่า ปิ๊งไอเดียมาจากแม่ที่บ่นเรื่องของเยอาะรกบ้าน แล้วเราก็คิดว่าถ้ามีห้องเก็บของส่วนตัวก็ดีนะแม่จะได้ไม่รู้ ปิ๊งก็เลยได้ห้องเก็บของมาอย่างแรกเลย ส่วน PANIC ROOM ไม่ไ้ด้มาจากหนังเรื่อง PANIC ROOM แต่อย่างได้ จริงๆมิบุคุ้นๆว่ามีการ์ตูนชื่อเรื่องคล้ายๆอย่างนี้ แต่มิบุอาจจะจำผิด ว่าจะไม่เอาแล้วเพราะมันคงไม่เกี่ยวกับคำว่าห้องเก็บของเท่าไหร่ แต่คิดไปๆ มิบุเป็นคนที่ข้าวของเยอาะ เวลาเก็บของก็ไม่ค่อยเป็นที่ชอบยัดๆมารวมกัน (ดูลิ้นชักจะรู้ความมั่วของมิบุ) เวลาเปิดห้องเก็บของของมิบุที่มีของมากมายกองสุมๆกัน คงต้องผงะกับไปเป็นแถบ ก็เลยตกลงใช้ชื่อนี้ ไปๆมาๆก็เลยได้ชื่อ PANIC ROOM:ห้องเก็บของของมิบุ มาใช้อย่างในปัจจุบัน โดยตั้งใจว่าจะเก็บสะสมข้าวของต่างๆไปเรื่อยๆ ไม่ว่ามันจะมีสาระหรือไม่มีสาระ และ อนาคตมิบุจะยังรักหรือทิ้งมันไป แต่มิบุจะเก็บมันไว้ที่นี่ให้เยอาะ เปิดออกมาจะได้ผงะ เพราะเรื่องต่างๆที่เก็บอยู่ในห้องเก็บของห้องเล็กนี้เยอาะแยะมากมายเหลือเกิน ไว้วันหลังจะมาเขียนที่มาของชื่ออื่นๆอีกนะคะ 20 avril My Simple Life ตอน ชีวิตธรรมดาของคนขี้เกียจช่วงนี้เกิดภาวะสมองตันอีกแล้ว หลังจากส่งน้องชายกับน้ากลับปัตตานีไป เขียนช็อคฟิคเรื่องนึงก็เกิดอาการสมองไหล...
เขียนอะไรไม่ออก ขนาดสเปซก็ว่าจะไม่เขียนแล้วนนะเพราะไม่รู้จะเขียนสเปซเรื่องอะไรดี
ตอนนี้มีของเล่นใหม่เป็นโปรแกรมโชว์ภาพตัวอย่างเอ็มวี ไว้สำหรับเขียนเรื่องเอ็มวีต่างๆที่เราดู ส่วนใหญ่ก็ดูเอ็วมีดงบังนั่นแหละ
พูดถึงเอ็มวีดงบังก็นึกเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเราออก
มือถือของเรา ชื่อน้องซีอา ได้ทำระโยชน์ให้เรานอกจากฟังเพลงกับเล่นเกมและโทรออก ตอนนี้มันยังดูเอ็มวีได้ด้วย มิบุก็เลยจัดการโหลดเอ็มวีดงบังซูจูใส่ลงไป แล้วพกลงไปดูที่ชั้นล่างด้วยจิตใจที่เปี่ยมสุข
แต่พูดถึงความสุข ข่าวที่ซูจูทั้งสี่คน อีทึก ฮยอคแจ ชินดง คยูฮยอน ประสพอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยเฉพาะคยูฮยอนที่น่าสงสารมากๆ เราขออวยพรให้เธอหายเร็วๆ และขอให้ทุกคนแข็งแรง
มิคกี้ยูซอน วงดงบังชินกิเองก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคหอบกำเริบ เนี่องจากโหมงานหนักเหมือนกัน ขอให้หายป่วยและแข็งแรงนะ
จริงๆนะ ทุกครั้งที่เราอวยพรพวกเขาทีไรเราจะชอบบอกให้เขามีสุขภาพแข็งแรง เพราะเราอยากให้เขาแข็งแรง แล้วเขาก็จะได้ปรากฏตัว มีงานให้เราดูเยอาะๆ ถ้าดีก็มาประเทศไทยด้วย
ฟังดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวเนอาะ แหงหละ ยอมรับ
ยังไงก็หายเร็วๆนะ
เรา
ขี้เกียจเขียนซะแล้ว ไปก่อนนะ บาย
เจอกันเอนทรี่หน้า
12 avril My Simple Life ตอน ไร้...อารมณ์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกวันพฤหัสซึ่งต้องไปหาหมอจะต้องมาเขียนทุกทีเลย
แต่พฤหัสนี้มันไม่มีอารมณ์จะเขียนเลย ทั้งๆที่เรามีเรื่องมากมาย มิบุจะชอบเขียนอะไรตามอารมณ์น่ะคะ ฟังเหมือนดูเอาแต่ใจตัวไปหน่อย แต่ถ้าเขียนด้วยความรู้สึกจะเขียนได้ยาวและเยอาะมาก ดูตัวอย่างจากเอ็นทรี่ที่แล้วก็ได้ค่ะ เขียนได้เยอาะเลย แถมตอนเขียนมิบุไม่เมื่อยเลยนะ สบายๆ มีความสุขตอนเขียนมาก
แต่สองวันมานี่เขียนไม่ออกเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะช๊อคมา แล้วก็รู้สึกเซ็งกับอะไรบางอย่าง มันเลยเขียนไม่ออก
ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องดีนะคะ มิบุได้ปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ สบายหัวมาก แล้วก็คิดพล๊อตฟิคได้หลายเรื่อง แต่เป็นฟิคสั้นนะคะ เพราะฟิคยาวยังตันอยู่เลย มิบุใส่รายละเอียดเยอาะมากมันเลยยากมากค่ะ ว่าจะรื้อตอนแรกแต่งใหม่แต่ยังไม่ว่างเลย นอกจากนี้ยังมีฟิคออริจินัลคือเป็นตัวละครที่มิบุคิดเอง
แต่ว่าแนวเรื่องมันออกจะเสียดสีสังคม แล้วค่อนข้างแรง กลัวเพื่อนอ่านแล้วจะช๊อค (ฮา)
ตอนนี้เลยคิดก่อนว่าจะเอายังไง แถมฟิคเก่าอีกต่างหาก แต่ฟิคเก่าไฟล์หายคิดแล้วยังเศร้า นี่ฉันคงต้องแต่งใหม่แต่ต้น แต่อารมณ์มันไม่ได้แล้วหละ หง่า
พอแค่นี้ดีกว่า บอกแล้วว่าไม่มีอารมณ์จะเขียน
รู้แต่ว่าต้องมาเขียน มันก็เลยได้แค่นี้แหละค่ะ 8 avril Like...Balloon...ก่อนหน้านี้ได้เอา XXXholic เล่ม 4 มาอ่านอีกครั้ง คุณยูโกะบอกเราว่า "คำพูด" คือ "โซ่ตรวน" ของมนุษย์ กล่าวคือ คำพูดที่เราพูดจะส่งผลที่ตัวเรา เช่นกันคำพูดของคนอื่นด้วย โซ่ตรวนนี้เปรียบดังพลังที่เรามองไม่เห็น ไม่เห็นว่ามันพันธนาการเราเอาไว้ตลอดเวลา ฉันท้อแท้กับคำพูดอันเลวร้ายที่ออกมาจากจิตสำนึกของตัวเอง ฉันไม่เคยพูดออกมา แต่ฉันนึกถึงมัน คำพูดที่น่าหดหู่นั้นทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวด ไม่ต่างอะไรกับการทรมานตนเองสักนิด ยิ่งเป็นการทรมาณหัวใจ มันเจ็บช้ำอยู่ข้างใน ...ช้ำชอก... ฉันรู้สึกอย่างนั้น ไม่มีวันหาย มันเจ็บช้ำอยู่อย่างนั้น ไม่ต่างกับโรคเรื้อรัง เช่นเดียวกับคำพูดจากคนอื่น สายตาของคนอื่น มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ จะบอกว่าไม่แคร์ ให้ฉันลืมมันไป เหมือนสายลมที่พัดผ่าน ผ่านมาแล้วผ่านไป เสียใจ กับตัวเอง และคำพูดของคนอื่นที่ทำร้ายฉัน เสียใจที่ฉันจดจำมันได้ ฉันอยากลืมเช่นกัน อยากปล่อยวาง อยากละทิ้ง ทว่าโซ่ตรวนนั้นยังพันธนาการฉัน...ฉันอดคิดถึงมันไม่ได้ ฉันลืมไม่ได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังทำตามแนวทางของฉัน โซ่ตรวนของฉันคนเดียวเท่านั้น เพราะครั้งหนึ่งการทำตามคำพูดคนอื่น มันทำให้ฉันไม่สามารถคงความเป็นตัวของคนเองอยู่ได้ มีนักปรัชญาเคยพูดว่า "มีตัวตนคือไม่มีตัวตน" เราไม่ต้องพยายามทำอะไรเพื่อตัวตนขนาดนั้น แต่ฉันก็บอกแล้วว่าฉันละทิ้งไม่ได้ ฉันละทิ้งตัวตนของฉันไม่ได้ ฉันจึงทำตามโซ่ตรวนของคนอื่นไม่ได้ นั่นจึงทำให้ฉันแปลกแยก และเพราะการแสดงตัวตน การแสดงธาตุแท้ของฉัน ยิ่งทำให้ฉันถูกแยกออกไป แย่เนอาะ มันไม่ต่างกับลูกโป่ง ตัวของฉัน หัวใจของฉัน มันลอยไป มันทำให้หัวใจของฉันเบลอ เบา แต่เจ็บปวด ลมที่มองไม่เห็นก็พัดฉันออกไปไกลขึ้น การล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวมันทำให้ฉันเหงา และเจ็บปวด แต่นึกอีกที การอยู่รวมกันกับลูกโป่งใบอื่นก็ทำให้ฉันอึดอัด และทำให้ฉันเหงาและเจ็บปวดไม่ต่างกัน ถ้าเช่นนั้น ฉันไปดีกว่า ลอยออกไปดีกว่า ไปให้ไกล ไกลจากที่ๆน่าอึดอัดนั้น แล้วฉันจะอธิษฐานกับการเดินทางครั้งใหม่ ให้ฉันได้พบกับดินแดนแห่งความสุข ที่ๆฉันจะได้อยู่อย่างสบายใจ ไม่ต้องอึดอัด และไม่ต้องอยู่ลำพัง ไม่ต้องเหงา ทั้งๆที่มีคนอยู่มากมาย นึกถึงเพลงของ โอรุฮะเรื่อง โคลเวอร์เลยหละ "อยากมีความสุข...อยากมีความสุขเหลือเกิน" ขอให้ฉันได้พบด้วย...ฉันอยากพบเหลือเกิน ไม่ต้องเป็นความรักที่หวานซึ้ง แต่มิตรภาพที่แน่นแฟ้นก็พอ...ขอคนที่ทำให้ฉันไม่ต้องเจ็บปวดกับโซ่ตรวนจากฉัน และจากใคร คนที่ไม่มีวันทรยศ...แค่นั้นก็พอ ขอให้ฉันได้พบกับเขาด้วยเถิด......... ปล.อ่านแล้วอย่าคิดมาก เราแค่อึดอัด อยากพูด เลยพูดในนี้ แค่นั้นเอง 6 avril Happy Birthday to Meตั้งใจว่าจะเขียนบล๊อควันที่ 5 คั่นก่อนจะเขียนบล๊อคนี้ แต่เห็นทีคนจะทำไม่ได้เพราะเวลาก็ล่วงเลยเอาป่านนี้แล้ว
พร้อมทั้งแผนพรุ่งนี้ที่ป่าป๊า(พ่อ)ต้องลากเราจากเตียงไปใส่บาตร [T^T ใจจริงอยากตื่นสาย] แล้ว ยังต้องไปลุยงานหนังสือที่มีคนเป็นเบือเพราะพรุ่งนี้มันวันหยุดราชการด้วยนี่ จริงไหม? ยังไงคงจะตกแต่งอะไรมากไม่ได้ พิมพ์ พิมพ์ พิมพ์ แปะ ได้แค่นี้เท่านั้น
Happy Birthday to Me
ฉลองครบรอบวันเกิดปีที่ 19 ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ราบรื่น และ มีความสุข ดังที่เราปรารถนา
ถึงคุณยูโกะจะพูดไว้ในเล่ม 4 ว่า หวังอะไรแล้วเป็นไปไม่ได้ดังหัวคือมนุษย์ แต่เราก็ยังหวังที่จะสมปรารถนา
และขอให้เป็นอีกปีที่แข็งแรง สมบูรณ์ ผ่านพ้นปัญหาด้วยดี ไม่มีภัยหรือศัตรู
ขอให้พบเจอกับมิตรแท้ ขอให้เจอคนดีๆ ขอให้เป็นที่รักของทุกคน
ขอให้มีสติ เสมอๆ ขอให้แข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จ
ขอโทษที่ขอเยอาะ แต่อยากจะขออะไรเพื่อตัวเองบ้าง ใครหลงเข้ามาช่วยเขียนคำว่าสุขสันต์วันเกิดก่อนออกไปด้วย แล้วเราจะจำไว้
ขอบคุณเมย์ที่ไม่ลืมวันเกิดเราแล้วโพสสุขสันต์วันเกิดในเอ็นทรี่ของฮยอคแจ ขอบคุณจริงๆที่ไม่ลืมวันเกิด และไม่ลืมเรา คราวหลังถ้าไปที่สเปซอีกจะไม่ทำตัวเป็นผีแล้วจะเมนท์ให้นะ สู้ๆทั้งเรื่องงานและทุกๆเรื่องจ้ะ
แล้วปีนี้ ขอรักดงบังชินกิ รักซุปเปอร์จูเนียร์ ตามล่าหาแฝดซอลกงซันชี่ ลีดงอุกต่อไป
19 ขวบ น่าจะดีกว่า และเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมนะเรา แต่อย่างนั้นใจจริงก็อยากเป็นเด็กอยู่ดี
เพราะอย่างนี้จะชอบสับสนอายุ ถ้าจู่ๆเราบอกว่า 17 คือเราสับสน ไม่ได้มีเจตนาโกงอายุนะ เราพูดจริง จริงจังนะเนี่ย
เอาเป็นว่าพอดีกว่า แค่นิดเดียวพิมพ์ซะยาว ขอสุขสันต์วันเกิดอีกครั้งก่อนไปนอน
แล้วเจอกันนะ 30 mars My Simple Life ตอน หลงทาง(รัก)เสียเวลาวันนี้ว่าจะทำอะไรหลายต่อหลายอย่างเลย แต่...มิบุมัวแต่สูบรูปดงบังจนเพลินไปเลย
ทั้งสูบรูปทั้งดูคลิป ไม่อยากเชื่อว่าเราสูบรูปไปเยอาะและดูคลิปไปเยอาะมากๆ
แต่เรากลับรู้สึกว่า นี่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันเพิ่งสูบไปไม่กี่รูปเอง
มารู้เอาตอนที่รู้สึกเมื่อยนิ้วกับดูนาฬิกานั้นแหละว่า ห๊า!?ป่านนี้แล้วเหรอ?
สงสัยเพราะดงบังชินกิคือสิ่งที่เรารักละมั๊ง รวมถึงซุปเปอร์จูเนียร์ด้วย
ถึงยังไงดงบังชินกิก็คือที่หนึ่งของเราในตอนนี้
ที่บอกว่าตอนนี้นั่นก็เพราะว่าเราไม่แน่ใจว่าจะมีวันไหนที่เราเบื่อดงบังชินกิรึเปล่า
แต่ตอนนี้เรารู้ว่า ไม่เคยชอบนักร้องคนไหนมากมายขนาดนี้ ไม่เคยติดตาม ใส่ใจใครมากขนาดนี้
แถมยังเป็นคอนเสิรต์ที่เราอยากไปดูแล้วได้ดูจริงๆด้วย ได้เห็นตัวจริง ฟังเสียงของเรา มันมีความสุขที่สุด
พูดแล้วก็นึกถึงครั้งแรกที่เราได้รู้จักเขาตอนนั้นเรายังไม่ถึงขนาดนี้ เราเริ่มสนใจดงบังเพราะกิตติศัพท์ความYนั่นแหละ(ฮา)
แต่ไม่นานเราก็ถูกเสน่ห์ของเราดึงดูด จากที่ไม่ชอบผู้ชายเกาหลีแต่เรามาชอบดงบัง
ไม่เคยคิดถึงข้อเสีย อดีตที่ดีหรือร้าย ทำอะไรแย่ขนาดไหน แต่เรามองข้ามไปหมด ไม่สนใจเลย
แต่กับคนอื่นทำเลวนิดนึงเนี่ย เราเมินเลย
และเพราะดงบังที่ทำให้เราดูหนังเกาหลี ฟังเพลงเกาหลี รู้จักอะไรที่เป็นเกาหลีมากกว่าเดิมหลายอย่าง(และทำให้เราอยากเรียนภาษาเกาหลีด้วย)
ไม่เคยเสียใจที่ชอบดงบังชินกิ ไม่เคยเลย เพลงของดงบังเราหยิบมาฟังทุกครั้งที่เหงาถึงเราไม่เข้าใจภาษาเกาหลี และรู้ภาษาญี่ปุ่นแค่หางอึ่ง
แต่พอฟังเพลงของดงบังชินกิ เรารู้สึกมีกำลังใจมากๆ จิตใจถูกเติมเต็มเลย(ฮิฮิ)
จนมิบุคิดว่าถ้ามีแฟนแล้วแฟนให้เลิกชอบดงบังมิบุอาจเลิกกับแฟนแทน (ก็ดงบังอยู่กับฉานก่อนแกร555+)
พูดอย่างนั้นแต่เราก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าแคสสิโอเปียได้เต็มปาก เพราะเรายังไม่ค่อยรู้อะไรมากเท่าไหร่
ยังไงก็จะติดตามดงบังชินกิตลอดไป เป็นกำลังใจให้เธอจากดินแดนที่บินนาน 5 ชั่วโมงถึงจะเจอกัน
Fighting!!!
ปล.เมาท์ยาวเหมือนกันนะเรา ทีแรกคิดว่าจะสั้นนะเนี่ย 29 mars My Simple Life ตอน ชีวิตนี้ช่างสวยงาม(เหรอ?)ไม่ได้เขียนเรื่องตัวเองมาหลายวันแล้ว จริงๆเมื่อวานก็จะโพสนะแต่บล๊อคนั้นละเอียดมาก เราเขียนอย่างปราณีตสุดๆ เขียนด้วยความรัก แต่ยังไม่อกหรอกว่าเขียนเรื่องอะไร โพสปุ๊บก็รู้ปั๊บแหละ วันนี้ก็ไปหาหมอสิวอีกแล้ว ไปหาทุกอาทิตย์ตามปกติแต่รู้สึกเหมือนเพิ่งไปหาเมื่อไม่นานนี้เองแล้วก็ไปหาอีกแล้ว อาทิตย์นี้หมอฉีดสิวซร้า...หน้าระบบไปหมด แถมเพิ่มโรแอคคิวเทนอีก 1 เม็ด กลายเป็นสัปดาห์ละ 6 เม็ด >_< พี่พยาบาลที่กดสิวก็บอกว่าไม่มีสิวแล้วนะ พี่พยาบาลที่ลอกสิวก็บอกว่าสิวไม่มีแล้วนะ (มีแต่รอย) แต่ทำไมคุณหมอถึงจ่ายยาเช่นเดิมอยู่ละเนี่ย แถมฉีดยาซร้าทั่วเลย(เป็นครั้งแรกที่อิช้านได้กลิ่นเลือดจากหน้าตัวเอง เหอๆๆ) เอาวะ...ทำแล้วสวย...ท่องไว้ เรียบ เนียน เด้ง เกาหลีๆๆๆ(จริงๆดาราเกาหลีก็มีสิวนะก๊ะแต่พวกเขาเมคอัพปิด อิช้านเห็น แต่ถึงอย่างนั้นอิช้านก็อยากผิวเนียนตึงเด้งดึงเยี่ยงนั้นบ้างอ่ะ) อิทธิพลจากการเขียนบล๊อคที่แล้วเรื่อง เพลง Sakura Kiss ที่เป็น OST(Original Sound Track) ของ Animetion เรื่อง Ouran High School Host Club มิบุเลยไปดูใน Youtube จนไม่ได้ทำงานทำการอะไร อ่านก็สนุก ดูก็สนุก ชอบ ฝาแฝดฮิตาจิอิง คาโอรุ&ฮิคารุ, รุ่นพี่เคียวยะ โอโทริ เคียวยะ, รุ่นพี่โมริ โมริซึกะ ทาคาชิ โดยเฉพาะในอนิเม บทรุ่นพี่โมริฮามากๆ นิ่งๆแต่พอพี่แกน๊อตหลวมปุ๊บมิบุอยากจะล้มลงไปขำกับพื้น...ได้ใจไปเลยรุ่นพี่โมริ ดูจนลืมกิมจิเลย(ฮา) แต่พอมิบุไประเริงกับโอรังโฮสคลับ เพื่อนๆในบอร์ดก็มาโพสเรื่องของฝูงลิงในบอร์ด อ้าวไม่รู้เหรอว่าฝูงลิงคืออะไร...Super Juniorไงจ๊ะ มิบุชอบหลายคนนะ แต่โฟกัสซองมินเป็นพิเศษอิ๊อิ๊ ท่านยูเมะกะท่านโยมาแปะรูปการ์ตูนไว้ด้วยให้ชาวบอร์ดเดา มิบุเลยทายสนุกจังเลย พูดถึงลิง มิบุอยากให้พวกเขาออกชุดสองเร็วๆจัง แบบพร้อมกัน 13 คนนะ แต่ก็ได้ยินว่าจะออกเพลงประกอบละครให้ Super Junior Trot กรุ๊ปย่อยของ SJ ร้อง อยากฟังจัง ตอนนี้เลยตามหาไฟล์อยู่เนี่ย ใครก็ได้เอามาปล่อยให้ฉานที พอละคิดอะไรไม่ออกแล้ว ว่าแต่ว่า...มันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับชื่อเรื่องเลยเนอาะ เหอเหอเหอ 24 mars My Simple Life ตอน มหัตภัยอากาศร้อนอยากอัพเรื่องหนุ่มๆจริงๆนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี จะเขียนฟิคก็เกิดอาการพล็อตตัน
แบบว่าแต่งเรื่องไม่ได้เลย...ไม่มีพล็อตเลย สุดเศร้าT_T
แต่ถึงกระนั้นอิช้านก็อยากอัพใจจะขาด ก็เลยเอาเรื่องตัวเองเนี่ยแหละ
เราคิดว่าเพื่อนๆคนอื่นๆคนรู้สึกร้อนกันมาหลายวัน บางคนยังแถมฝนหลงฤดูอีกต่างหาก เป็นสภาพอากาศที่เรียกได้ว่า "เซ็งเป็ด" เป็นที่ยิ่ง
หลายคนอยากหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในอลาสก้า หรือตื่นมาอีกทีในวันสงกรานต์ให้มันรู้แล้วรู้รอด
แต่สำหรับเรา ผู้ทนทานต่ออากาศร้อน กลับไม่รู้สึกเยี่ยงนั้น เรารู้สึกดีที่อากาศร้อนมากกว่าอากาศหนาว
เพราะอากาศหนาวเมื่อไหร่ผิวเราจะเน่า แขนขาแตกลายงาไม่นับตัวที่ลอกเป็นขุย บางครั้งอาจรุนแรงรู้สึกเจ็บและแสบบริเวณที่แตก แถมหยาบกร้านสุดๆ
แถมอากาศร้อนๆอย่างนี้ทานน้ำแข็ง ไอศครีมได้ ไม่กลัวหวัดเลยหละ
เพราะงั้นวันไหนร้อนๆเราจะเอาแก้วเก็บความเย็นมาใส่น้ำแข็งจนเต็ม แล้วใส่น้ำกิน แล้วก็ถือพัดเอาไว้พัดเวลาอากาศร้อนมากๆ
อากาศร้อนจึงไม่เป็นอุปสรรคของเราเลย
จนกระทั่ง...เมื่อคืนได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แอร์เสียค่ะ
ขอท้าวความก่อนว่า เราชินกับการเปิดแอร์นอนมาก แม้อากาศจะหนาวขนาดไหนขอให้ได้ยินเสียงแอร์มิบุจะหลับได้ทันที
แต่เมื่อคืนแอร์มีลมออกแต่ลมไม่เย็นเลยคุณแม่เลยปิดแอร์นอน ประตูเอย หน้าต่างเอยก็ไม่ได้เปิด เพราะถ้าเปิดยุงจะเข้ามารุมทันที
ขอเล่าเรื่องยุงแทรกสักนิดนะคะ ว่ายุงแถมบ้านเราทั้งเยอาะทั้งดุเลยค่ะ ทั้งหน้าบ้านหลังบ้านตรงถนนจะมีน้ำขังทุกฤดูการ ร้อน ฝน หนาว อยู่ยังไงอยู่อยางนั้น และไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย มันถึงเป็นที่เพาะยุงอย่างดี ยิ่งอากาศร้อนๆอย่างนี้ยุงยิ่งเยอาะบินชนตัวให้ยุ่งไปหมด จุดยากันยุงทีละ 5 ขดก็เอาไม่อยู่ ใช้ไม้ตียุงไฟฟ้ายุงมันก็ฉลาด มันจะบิดเข้าระยะประชิดเลยค่ะเราก็เอาไม้ตีมันไม่ได้เพราะกลัวไฟฟ้าจากไม้ตียุงไฟฟ้าจะโดนตัว มิบุเคยโดนไฟจากไม้ตียุงไฟฟ้าเล่นเอานิ้วชาไปเกือบ10นาที มิบุเลยใช้วิธียอมให้ยุงกัดแล้วทายาหม่องตราเสือ ยุงจะไม่เข้าใกล้เลยค่ะ แผลยุงกัดก็ไม่ดำด้วย ส่วนเรื่องแสบกับกลิ่นเนี่ย มิบุชินแล้ว ได้กลิ่นบ่อยๆเนี่ยมันก็กลิ่นหอมดีนะคะ^^
แล้วถ้าถามว่าทำไมที่ห้องนอนไม่ติดมุ้งลวด...ก็เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้เลยไม่ติดไงคะ
และเพราะแบบนี้มิบุเลยนอนไม่หลับ เพราะอากาศร้อนแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงแอร์ ระหว่างที่นอนร้อนๆเอาพัดมาพัดพอหยุดพัดจะนอนก็ร้อนอีก
แต่อย่างที่บอกคือมิบุทนร้อนได้ค่ะ แต่ที่ต้องพัดเพราะเมื่อคืนใช้โลชั่นจอนสัน เหงื่อออกเลยเหนอาะทั้งตัว แย่กว่าร้อนอีก กรรมจริงๆค่ะ
แต่สุดท้ายมิบุก็คิดวีธีการดีๆออกเพราะมิบุนอนกำแพงฝั่งประตูซึ่งพื้นตรงนั้นเป็นพื้นหินอ่อน มิบุเลยไปนอนตรงนั้นเพราะมันเย็น พอพื้นเย็นเหงื่อก็ไม่ออก พอเหงื่อไม่ออกตัวก็แห้งไม่เหนอาะหนะ ก็หลับสบายจนสายเลยค่ะ
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบ
ตอนสายๆขณะที่มิบุกำลังนอนหลับสบายต่อจากกลางคืนที่ทรมาณกับสภาพผิวทาครีมตึ๋งหนืด ก็รู้สึกเสียวแปลกๆบริเวณต้นคอ แล้วก็รู้สึกเจ็บๆเหมือนมดกัด
มิบุก็เลยตื่นมาจากการนอนต่อก็พบว่าโดนมดกัดจริงๆ หลังจากจัดการบี้เดอาะสะตายคามือไปแล้วมิบุก็นอนต่อ
แต่ว่า...
ยังมีมดตามกัดอยู่เรื่อยๆค่ะ
แล้วด้วยสัญชาตญานของคนแพ้มดอย่างเราจึงลุกขึ้นทันทีก็ต้องพบว่า ฟูกที่หนุนต่างหมอน ไร้มด พื้นหินอ่อน...ไร้มด
แต่พิ้นหน้าฟูกปลายฟูกบริเวณที่ตรงกับต้นคอของมิบุจะอยู่ตรงนั้นเวลานอน มีมดเดินสวนสนามอยู่...
เห็นแล้วก็อยากกริ๊ด แต่ก็โชคดีที่มดไม่ได้รุมมากไม่งั้นแย่แน่ๆ
นี่แหละค่ะภัยของอากาศร้อนของมิบุ ซึ่งดูจะเป็นภัยของแมลงเสียมากกว่า แต่ทำไมฤดูอื่นไม่เป็นอะไรเลยล่ะคะเนี่ย
แปลกๆเหมือนกันนะ
วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า จริงๆว่าจะอัพเรื่องฮารุฮิแดนซ์ที่เรากำลังฝึกอยู่ตอนนี้ด้วยแต่คงเยอาะไปแล้ว เมื่อยมือด้วย ไปดีกว่า 23 mars My Simple Lifeคิดชื่อตอนเนี่ยยากชะมัด...^^ เพราะต้องครอบคลุมเนื้อหาส่วนใหญ่ให้ได้ทั้งหมด และเพราะจะเล่าเรื่องการดำเนินชีวิตของเราก็เลยใช้ชื่อนี้ เลียนแบบชื่อรายการดังของสาวไฮโซอย่าง ปารีส ฮิลตัน เมื่อวานไม่ได้มาอัพเพราะออกไปหาหมอผิวหนังรักษาสิวที่เดอาะมอลล์บางกะปิ ห้างยักษ์หน้าปากซอยบ้าน ปกติเราจะไปวันเสาร์แต่พอปิดเทอมก็ขอย้ายมาหาวันพฤหัสแทน เพราะเป็นวันที่คุณหมอคนเดียวกันมารักษาที่นี่ ที่ย้ายวันก็เพราะวันเสาร์คนเยอาะมากคิวยาวรอเป็นชั่วโมงกว่าจะได้หา แล้วที่มาหาก็ไม่ได้มีแต่วันรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคน ก็ยังมาหาเรื่องสิว คนที่หน้าตาดูดีสะอาเเหมือไม่เป็นก็มาหา ใจจริงก็ไม่อยากจะไปหาหรอกค่ะ เพราะช่วงที่เป็นสิวเคยหาข้อมูลในเว็บบอร์ดเพื่อนยาก พันทิพด็อทคอม ห้องโภชนาการและความงาม เห็นคนเขาไปหาที่นี่กันเยอาะ แม่ก็เคยหา(แต่หาเรื่องอื่น)เลยไปหาที่นี่ แถมยังรู้เบื้องลึกของคลีนิคต่างๆว่า ยาที่เรากินๆทาๆกันอยู่เป็นเวชสำอางค์ที่สามารถหาซื้อได้ในร้านขายยาทั่วไป แต่คลินิคเหล่านี้จะนำมาแบ่งใส่ตลับเล็กๆขายแล้วบวกกำไรกว่าครึ่ง แต่ฉันใดก็ฉันนั้นเราคือปุถุชนคนธรรมดาไม่อาจรู้เรื่องหยูกยาเท่าแพทย์ อีกทั้งการซื้อยามาใช้เองนั้นไม่อาจสร้างความมั่นใจได้เท่าการหาหมอ นอกจากนี้หมอยังมีการรักษาอื่นๆเช่น ฉีดยา กดสิว แต้มยา(กรด) หรือทำทรีตเมนท์ ซึ่งได้ผลกว่าการทายาอย่างเดียว รวมถึงการทานยายังต้องให้แพทย์สั่งอย่าง โรแอคคิวเทนที่เราทาน ซึ่งไม่สามารถซื้อทานเองได้เพราะมีผลข้างเคียง เพื่อความงาม คน(อยาก)สวยอย่างเราจึงยอมหาหมอต่อไป มาที่เรื่องของวันนี้ประมาณบ่ายสองแม่เราทำถั่วแปบ อร่อยสุดยอดเลยอ่ะ ปกติถั่วแปบจะแป้งเยอาะไม่มีถั่ว แต่เพราะแม่เราทำเองเลยกระหน่ำใส่เต็มที่ใส่ถั่วจนเหลืองมองไม่เห็นแป้งเลย แต่ก็อร่อยดีนะ มาที่เรื่องสุดท้ายเรื่องของการอัพบล็อคหรือสเปซ อยากบอกว่ามีเรื่องที่อยากเขียนใส่เยอาะมาก จริงๆเราไม่สนเลยว่าจะมีคนมาอ่านไหม แต่เราอยากเขียนเอาไว้ ทำเหมือนไทม์แคปซูลที่เก็บเรื่องที่เราชอบๆในตอนนี้เอาไว้ เพราะเราเป็นคนเบื่อง่าย ตอนนี้เราชอบดาราเกาหลี ชอบเพลงนี้ อ่านหนังสือเล่มนี้ วันข้างหน้าเราอาจจะชอบอย่างอื่นไปแล้ว ตอนนี้เลยถึงอยากบันทึกมันเก็บเอาไว้เป็นเรื่องเป็นราว อีกอยากเรามีบทความบางส่วนที่พิมพ์ลงบอร์ด Aphotic อยากเก็บเอาไว้เลยเอามาใส่ที่นี่เผื่อวันไหนบอร์ดด๋อย กระทู้เดี้ยง จะได้มีที่นี่เอาไว้เป็นแฟ้มเก็บข้อมูล ที่ให้คนอื่นๆดูได้ แหมเราก็อยากให้คนอื่นๆรู้นี่นาว่าเราชอบอะไรบ้าง เพราะงั้นวันนึงๆเราอาจจะมาอัพหลายๆรอบหน่อย อย่างงนะ 20 mars บล๊อคตัดริบบิ้น...เปิดสเปซใหม่อย่าง(ไม่)เป็นทางการตอนที่ฉันเขียน ฉันกำลังหัวเราะอยู่ค่ะ^^
ไม่เคยต้องมานั่งร่างบนกระดาษแบบนี้ ขนาดตอนฉันแต่งFicฉันก็พิมพ์ลง Word เลยไม่เคยร่าง หรือถ้าร่างก็น้อยครั้งมากๆ
เพราะทุกครั้งที่ฉันร่างแล้วเอามาเขียนจริง ฉันจะเขียนคนละแบบกับที่ร่างเอาไว้
แต่คราวนี้ ฉันจะเอาตัวที่ฉันร่างไว้มาเขียนในสเปซนี้จริงๆค่ะ
ฉันเลยหัวเราะ เพราะฉันเขินที่ต้องมาเขียนอะไรแบบนี้นั่นแหละ
ก่อนหน้านี้ฉันเคยเขียนสเปซแล้ว แต่เพราะความขี้เกียจและอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ฉันไม่ได้อัพ
ฉันเลยลบสเปซอันเก่าทิ้งแล้วเริ่มต้นเขียนใหม่
เพราะตอนนี้ฉันปิดเทอม แล้วก็มีข้อมูลมากพอที่จะใส่ลงในสเปซนี้ ยังไงก็ติดตามอ่านด้วยนะ
สำหรับข้อมูลที่รออยู่ของฉันเป็นข้อมูลที่โพสลงในบอร์ด http://board.thaimisc/aphotic ทั้งข่าวและข้อมูลของดาราเกาหลีที่ฉันชอบ
ฟิคสั้นๆที่เพิ่งโพสแต่กระทู้ด๋อย ฉันจะรีบมาลงในสเปซก่อน จากนั้นก็จะดูความเหมาะสม และถ้ามีข่าวอื่นๆก็จะเอาลงอีกค่ะ
และบางอย่างที่ฉันโพสลงไปก็เป็นไฟล์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ แต่ถึงจะดาวน์โหลดไปก็อย่าลืมซื้อแบบลิขสิทธ์ด้วยนะค่ะ ถ้าชอบ
แล้วข้อมูลอาจเป็นข้อมูลที่ทุกคนทราบแล้วแต่ฉันก็อยากโพสไว้ค่ะ...เพราะฉันจะเก็บไว้เหมือนแคปซูลกาลเวลาในการ์ตูน ว่าวันที่เท่านี้ฉันชอบไอ้นี่ เคยเป็นแบบนี้ฉันเลยโพสลงไปไงคะ
สุดท้ายจริงๆคือ ฉันจะใช้ชื่อในสเปซเหมือนชื่อที่เพื่อนๆในบอร์ดเรียกฉันว่า มิบุ ถ้าใครรู้จักฉันในชื่ออื่นทั้งชื่อจริงหรือนามแฝงก็อย่างงนะจ๊ะ
|
|
|