| Perfil de chuka[มิบุ]PANIC ROOM:ห้องเก็บของขอ...FotosBlogListas | Ayuda |
|
21 diciembre คิดถึง คราวก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ครั้งนึง... แม้ว่าก่อนจะดูคอนเสิร์ตจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายขนาดที่ว่า ตอนที่ทำการบ้านภาษาญี่ปุ่นไม่สามารถเขียนได้ มือสั่นตลอด ช่วงบรรทัดแรกเป็นตัวกะยึกกะยือ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนกันกับตอนที่ดูคอนเสิร์ตครั้งที่ทงบังชินกิมาแสดงที่ประเทศไทยครั้งแรก คือ... "เราคิดถึงเขา" ถึงจะผ่านมาได้เกือบห้าวันแล้ว แต่เราก็ยังคงรู้สึกห่วงหา อยากพบอยากเจออยู่ตลอด โดยเฉพาะวันแรกๆ นอกจากจะเจ็บคอแสนสาหัสแล้ว ทุกครั้งที่นั่งว่างๆ ขึ้นรถกลับบ้านต้องเอาเพลงของทงบังมาฟังเสียงให้หายคิดถึง ในไอพอดนาโนดูเอ็มวีได้ก็เอาเอ็มวีมาดูหน้าเขา อยากเจออีกครั้ง อยากฟังเสียงเขาอีกที อยากใกล้มากกว่านี้ เรายังจำได้ทุกวินาทีในงานคอนเสิร์ตวันนั้น ถึงเราจะได้ดูแค่วันเดียวแต่เราก็มีความสุข ถึงจุนซูที่เราชอบมากๆจะไม่ได้หยุดยืนอยู่หน้าบริเวณที่เรานั่ง แต่แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราพอใจและมีความสุขมาก อย่างน้อยถึงเราจะไม่อยู่ใกล้กว่าบัตรยืนแต่การที่ได้เข้ามาดูเขาก็ทำให้เราใกล้เขามากกว่าใครอืกหลายล้านคนบนโลกใบนี้ 20 กว่าเพลงที่ทั้งร้องและทั้งเต้นให้เราดู เกือบสองชั่วโมงครึ่งที่แคสสิโอเปียจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกันและใช้เวลาร่วมกันกับเขา เป็นเสมือนหนึ่งหน้าความทรงจำที่ดีหน้าหนึ่งของสมุดบันทึกความจำในสมอง อยากบอกคำเดียวจากใจว่า เรามีความสุขมากๆจริงๆ กับ ยุนโฮ เป็นครั้งที่สองที่เราเห็นยุนโฮใกล้ ตอนที่ยุนโฮมายืนตรงลิฟต์หน้าโซน SE ทำให้เรานึกย้อนไปถึงคอนเสิร์ต Rising Sun เมื่อปีที่แล้ว ที่ยุนโฮร้องเพลง Magic Castle แล้วลิฟท์ก็เลื่อนตัวขึ้นมาให้โซน 1500 (บริเวณเดียวกับ 2500 ในคอนเสิร์ต O) ได้เห็นยุนโฮชัดๆ ยุนโฮโบกมือชูนิ้วโป้งให้พวกเรา ยิ้มให้พวกเรา แถมมองมาโซนเราบ่อยๆ ปลิ้มใจมากๆเลย ต้องขอโทษด้วยที่เราชอบมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเราปักใจไว้ที่จุนซูซะแล้ว แต่เราก็ประทับใจมากจริงๆที่ยุนโฮเดินมาทางเราบ่อยๆ นอกจากยุนโฮจะเต้นได้เยี่ยมเหมือนเคย เพลง Spoke Man ที่เป็นเพลงโซโล่ก็สนุกมาก โยกจนหัวกับแขนจะหลุด ขอโทษด้วยที่แร็บไม่ทันเลย แต่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ กับแจจุง แจจุงเองก็เป็นคนที่เดินผ่านมาทางเราบ่อยๆอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเลี้ยวมาทางเดินตรงกลาง แต่เราก็เห็นแจจุงบ่อยๆ เรายังจำความสวยของแจจุงในวันที่ 14 ตุลาคมได้อย่างแม่นยำ และแจจุงก็ยังคงเปล่งประกายเช่นเคยในคอนเสิร์ตนี้ จะว่าไปแจจุงคงจะน้อยใจอยู่ไหมว่าทำไมแฟนคลับหลายๆคนถึงบอกว่าแจจุงสวย แต่เราคิดว่าความงามของแจจุงเป็นความงามที่แตกต่างจากของทั้งห้าคน หากเราจำกัดความสวยงามด้วยคำว่าหล่อแล้ว เราไม่อาจจะใช้คำว่าหล่อกับแจจุงได้ เพราะความสวยงามของทั้งสองคนแตกต่างกันจะให้จำกัดความด้วยคำๆเดียวกันนั้นไม่ได้ ยิ่งถ้าใครมาเห็นด้วยตาก็ต้องพูดเหมือนกันว่า แจจุงสวยจริงๆ เสียงเพราะมาก เพลง Crying ถึงเราจะไม่รู้ความหมายแต่คงเป็นเพลงเศร้าที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกทรมานได้ไม่ยาก กับชางมิน ก่อนอื่นเราต้องบอกว่าน้อยใจ...ก็ชางมินไม่ผ่านมาทางเราเลย ได้ชื่นชมความหล่อของชางมินตอนท้ายที่วิ่งรอบเวทีเท่านั้นเอง ทำไมต้องหวงความหล่อขนาดนั้นด้วย ไม่มาให้ชื่นชมเลย หรือว่าจะเขิน...มั่นใจหน่อยสิชางมิน ไม่มีใครจะหล่อเกินชางมินได้เลยนะ ได้ข่าวว่าชางมินลดน้ำหนักลงมาเกือบเจ็ดกิโลซึ่งก็นับว่าเยอาะมากจริงๆและนั่นก็ทำให้เราสังเกตเห็นว่าชางมินผอมลง แถมผมสั้นแบบนี้เหมาะกับชางมินมากถึงมากที่สุดแล้ว ยังจำช่วงอัลบั้มแรกและอัลบั้มที่สองได้ ชางมินผมสั้นเนี่ยหล่อทีสุดเลย ตอนโซโล่ชางมินน่ารักมากเสียที่ชางมินน่าจะเดินลงมาหาแคสสิโอเปียบ้าง เสียงของชางมินเพราะมากถึงมากที่สุด ฟังเสียงในซีดี ในไอพอด สู้เสียงจริงๆไม่ได้เลย เสียงจริงๆของชางมินเพราะมากๆ แถมตัวจริงชางมินหล่อกว่าในรูปเยอาะแยะ สมชื่อ เชวคัง ชางมิน(ชางมิน..สุดยอด) ของเธอจริงๆ กับยูชอน ที่เราจะขอเรียกนิคเนมที่เราเรียกเล่นกับเพื่อนๆว่าพี่มิค พี่มิคเนี่ยเรียกได้ว่าจะมาประจำถิ่นที่หน้าโซนเราเลยก็ว่าได้ เด(แจน)ที่นั่งข้างๆเลยทึ่งแขนและกรี๊ดกระจาย กับความหล่อแบบคุณชายสุดขั้วของพี่มิค พี่มิคร้องเพลงเพราะมากๆ เสียงของพี่มิคจะโทนทุ้ม(บาิริโทน เบส) แน่นอนว่าเข้ากับเสียงของเซีย(หุหุ) กลางต่ำของพี่มิค กับกลางสูงของเซีย แต่วินาทีแรกที่เราเห็นพี่มิคชัดๆเนี่ยแทบอยากตะโกนว่า "ปาร์คยูชอน คุณทำผมทรงอะไรออกมา" ไอ้ม้าเป๋แบบนี้เด็กแซบแถวบ้านตรูทำประจำ แต่กับเด็กแซบมันอุบาทว์มากไม่รู้ทำไมพี่มิคทำมันถึงหล่อ นึกถึงที่ทุกๆคนเคยพูดไว้ในรายการ Radio Star ใน DVD All About TVXQ! 2 ว่าพี่มิคเขาจะมีลุคที่ดูหล่อแบบผู้ดี (มาดคุณชายรวยๆ) ซึ่งถ้าเห็นตัวจริงแล้วก็จริงอย่างแรง ทั้งๆที่การแต่งกายของพี่แกไม่ได้ดูรวยเลย แค่เสื้อยืดธรรมดา แต่ดูมีราคาเหมือนเสื้อยืดแบรนด์เนมไปได้ได้ยังไงก็ไม่รู้ สงสัยเพราะไอ้ออร่าแบบคุณชายนี่แหละ อ้อเกือบลืมไอ้ชุดโชว์นมไก่ ที่ทำให้เห็นความขาว...เล่นเอาเหล่าแคสเกือบจะเลือดพุ่ง ... แบบนี้มันน่าจะถอดไปเลยดีกว่าไหม? กับจุนซู คนสุดท้ายที่เราจะขอพูดถึง สงสัยเพราะงานคอนเสิร์ตวันแรกจุนซูคงจะมายืนทางนี้บ่อยมากแล้วก็เลยเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ถึงยังไงจุนซูก็เดินผ่านและขับรถเครื่องบินผ่านบ่อยมากๆ ทำให้เราเห็นความขาวอมชมพูของจุนซู ไม่รู้สินะเราจะตัวของจุนซูเป็นสีอมชมพูตลอดเลย ที่อดที่จะไม่พูดไม่ได้คือ โซโล่เพลง My Page ที่เราต้องถ่อมาดูเพื่อสิ่งนี้ จุนซูเซ็กซี่มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเพราะความที่จุนซูไม่เคยเซ็กซี่มาก่อนเนี่ยแหละคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เราหลงรักผู้ชายคนนี้ จุนซูทำอะไรใหม่ๆเสมอ และทำทุกอย่างได้ดีทั้ง ร้อง เต้น และรั่ว เพลงช้าทุกเพลงพลังเสียงของจุนซูไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะ Timeless เราตะโกนชื่อจุนซูเสียงดังบอกทุกสิ่งทุกอย่างทั้งความชอบ และอยากให้กำลังใจ มันเป็นเพลงที่เพราะมาก เต้นแน่นอนว่าในโซโล่จุนซูเต้นได้สุดยอด...เอสไลน์ของจุนซูยังติดตาอยู่เลย เพลงเต้นอื่นๆของจุนซูก็เหมือนกัน และอีกอย่างคือ รั่ว...ในเพลง Hug ที่ทุกคนร้อง Go Junsu ให้จุนซูเต้น...น่ารักมากเลยนะรู้รึเปล่า? นอกจากนี้ยังมีเพลงหนึ่งที่เราจะไม่ลืม เพลง I belive กับ Fan Cheer ที่ตะโกนสลับกับ ทงบัง แน่นอนว่าเพลงอื่นก็มีแต่เพลงนี้มันดังและชัดเจนมาก เราเห็นพี่มิคยืนน้ำตาคลอ กลัวแทบแย่ว่าพี่มิคจะร้องไห้ ไม่แน่ใจว่าเพลงนี้ใช่รึเปล่านะที่ช่วงจะเรามองเห็นพี่มิคพูดว่า I love You กับ แคสสิโอเปีย เราอยากบอกเหมือนกันว่าเราก็รักพี่มิคมากๆเช่นกัน โค้ด Fan Cheer วันที่ 16 คือ ตอนาจิมา แปลว่า อย่าจากไปนะ แน่นอนว่ามันไม่ใช่การรั้งตัวเอาไว้ให้มีตัวตนอยู่กับเรา เรารู้ว่าเราเป็นแฟนคลับหรือแคสสิโอเปียในประเทศเล็กๆ แต่มันคือคำขอร้องว่า อย่าให้พวกเขาต้องจากเราไปตลอดกาล อย่าออกไปจากใจเรา อย่าได้เอาความทรงจำดีๆในวันนี้ออกไปจากใจของเขา ขอให้อย่าลืมพวกเรา และกลับมาอีกครั้ง ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวของเธอจะไปแล้ว แต่ฉันยังปรารถนาที่จะพบเธออีกครั้ง อยากเจอเธออีก ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวเธอจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ฉันยังปรารถนาให้เธอไม่มีวันลืม อยากให้เธอจดจำวันนั้นไว้ ตอนาจิมา ทงบังชินกิ แม้ว่าตัวเธอจะไปอยู่แห่งหนใด แต่ฉันยังปรารถนาที่จะพบเธออีก อยากให้เธอกลับมาหาเรา ฉันเชื่อว่า จะต้องได้พบกับเขาอีกอย่างแน่นอน หวังให้ทงบังชินกิ ตัวฉัน และแคสสิโอเปียแข็งแรงพอที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง 'Cause You're my MIRACLE. 14 diciembre นับถอยหลังสู่งานคอนทงบังชินกิ ไม่ได้บันทึกมาหลายวัน จริงๆก็มีเรื่องราวมากมาย แต่กับตอนนี้และวินาทีนี้เรานึกออกแค่นี้ "ฉันจะได้เจอท่านเทพแล้ว" มีเพียงประโยคนี้เท่านั้นที่ฉันกรีดร้องซ้ำๆอยู่ในใจ "ท่าน เทพ"ที่ว่าก็คือ"ทงบังชินกิ" กลุ่มนักร้องชายหรือที่เรียกกันว่าบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีที่ฉันชอบมากๆ พวกเขามีสมาชิกห้าคน ทั้ง ยูโน ยุนโฮ, เชวกัง ชางมิน, ยองอุง แจจุง, มิคกี้ ยูชอน และ ซีอา จุนซู หรือ จะเป็นชื่อเรียกอื่นๆก็แล้วแต่ตามที่แต่ละคนจะรู้จัก แต่ไม่ว่าจะชื่อเรียกแบบไหน พวกเขาก็คือ "ทงบังชินกิ" ที่ฉันชอบมากๆอยู่ดี นับ ตั้งแต่คอนเสิร์ทปีที่แล้วที่ทำให้ฉันประทับใจไม่มีวันลืม แม้จะได้มองพวกเขาจากที่ไกลๆก็ตาม มันทำให้ฉันมีความสุขมาก และทำให้ฉันตั้งปณิธานว่า "คอนเสิร์ทครั้งหน้าฉันจะมาพบพวกเขาอีกครั้ง" ฉัน จึงตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินจำนวนหนึ่งที่นับว่ามันไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับวัยรุ่นวัยเรียนที่ต้องพึ่งเิงินจากพ่อแม่ เพื่อที่จะซื้อบัตรไปดูเขา ไปฟังเขาร้องเพลง ที่ฉันเคยฟังเสมอๆในไอพอดที่ฉันก็อบเพลงจากแผ่นซีดีของเขา เพลงรักเพลงเก่าที่มอบพลังให้ฉันเสมอมา ตอนจองบัตรมีคนไม่น้อยเลยที่ อยากจะไปพบเขาเหมือนฉัน แม้จะเป็นคนจำนวนน้อยนักในจำนวนประชากรของประเทศนี้ แต่มีมากมายเหลือเิกิน และมันก็ทำให้ฉันพลาดการจองบัตรล่วงหน้า แต่เพียงแค่นั้นก็ยังไม่ทำให้ฉันท้อใจ เพราะวันที่ 14 ต.ค. 2550 จะมีการจองล่วงหน้าอีกครั้งในช่วงเช้า และมันก็ทำให้ฉันต้องพลาดอีก แต่โอกาสก็ยังไม่หมดเสียทีเดียวเพราะผู้จัดเปิดให้จองบัตรสาขาอื่นได้ ฉันจึงเดินไปยังเคานท์เตอร์จองบัตรในห้างอื่นๆเพื่อที่จะจองบัตร แต่ทุกๆทีก็จะมีคนที่รักเขาชุมนุมกันจองบัตรเต็มไปหมด ฉันจึงโทรศัพท์ไปหาบริษัทผู้จัดการเรื่องจองบัตร จนทราบว่าฉันสามารถซื้อบัตรทางโทรศัพท์ได้ ฉันจึงขอจองบัตรในวันที่ 15 ธ.ค. วันเกิดของซีอา จุนซู หนึ่งในสมาชิกของวงที่ฉันชอบมากที่สุดแต่ทว่าบริเวณที่ฉันต้องการถูกจองไป แล้ว ฉันจึงจองวันถัดไปแทน แม้ฉันจะเสียใจที่ไม่ได้ไปฉลองวันเกิดให้ คนที่ฉันรัก แต่ฉันก็พอใจมากที่จะได้พบคนที่ฉันรัก ในสถานที่ๆเขาจะไม่ต้องเป็นกังวลว่าฉันจะบาดเจ็บไหม เพราะสำหรับทงบังที่เป็นห่วงแฟนๆทุกคนเสมอ ฉันจึงเลือกที่ๆจะไม่ต้องลำบากถ้าฉันจะได้พบเขา และฉันก็มั่นใจว่าใครหลายๆคนที่รักเขาเหมือนที่ฉันรัก จะทำให้เขามีความสุขได้แม้จะไม่มีฉันอยู่ที่นั่นก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นวันไหน ฉันก็จะได้พบเขา และไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็เป็น"ทงบังชินกิ"ที่ทำให้ฉันมีความสุข และไม่กี่วันเราก็จะได้พบกัน...เราจะมีความสุขด้วยกัน ในวันที่เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก จะได้พบกับ แคสสิโอเปียในประเทศเล็กๆแห่งนี้ 08 diciembre ถ้าไม่เขียน...ต้องนอนไม่หลับแน่ วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ อยากจะบันทึกเอาไว้ คิดไว้ว่าจะบันทึกลงในไฮไฟว์ แต่ดันเข้าไม่ได้ซะนี่ ก็เลยกลับมาเก็บเรื่องราวในวันนี้ลงในห้องเก็บของเล็กๆแห่งนี้ ขอเริ่มตั้งแต่เช้า เช้าวันนี้เป็นวันเสาร์ก็จริงค่ะแต่มิบุต้องตื่นแต่ไก่โห่แบบวันที่ไปเรียนตามปกติ(เรียนท่านที่ยังไม่ทราบมิบุไม่ได้อยู่หออีกแล้วค่ะ กลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านแล้ว เป็นเด็กไปกลับ ไม่ใช่เด็กหอแล้วค่ะ) เพราะวันนี้มีสอบย่อยวิชาภาษาญี่ปุ่นค่ะ มิบุเองก็ย้ายเอกมาอยู่เอกญี่ปุ่นแล้ว และก็เพิ่งจะเรียนเทอมนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ห่างหายไปปีครึ่ง ถึงจะเป็นเรื่องราวที่เีัรียนมาแล้ว แต่มิบุมีความสุขทุกวันที่ได้เรียนค่ะ แต่จะไม่สุขเพราะสอบนี่แหละ จริงๆแล้วมิบุก็ทำได้นะคะ มั่นใจประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ อีกสามสิบเผื่อใจเอาไว้ กลัวเข้าใจผิดและผิดพลาด ที่ยากที่สุดคือแปลไทยเป็นญี่ปุ่น ....ยากแค่ไหนถ้าเทียบกับคณิตศาสตร์โจทย์ที่ได้มาคือโจทย์ระคนห้าชั้นได้เลยค่ะ แต่ตอนที่ไปสอบเนี่ย คิดว่าจะไปแบบก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงแบบทุกครั้งที่ไปเรียน เพราะเช้าวันเสาร์จะมีเด็กออกไปเรียนพิเศษก็เลยรีบ เลยไม่เลือกรถโดดขึ้นสายแปด (ขอขยายความนิดนึงว่ารถเมล์สายแปดเป็นรถเมล์สายเอกชน(ขาวฟ้า)ที่ได้ชื่อว่าขับได้น่ากลัวที่สุด) คนขับก็รีบโคด คงนึกว่าตัวเองกำลังขับรถเหาะ ขับเร็วมาก ใช้เวลาแค่30นาทีจากปกติต้องหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ อาจเป็นเพราะอาทิตย์นี้หลายๆคนหยุดยาวด้วยก็ได้ แต่เราต้องมานั่งสอบเหอๆๆ พอสอบเสร็จก็ทำตามแผนคือไปดูหนังเรื่องนึงที่อยากไปดูมากตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะเข้าฉายเมื่อไหร่ จนเพื่อนมาสครีมให้ฟังว่าวายนักวายหนา ในพันทิพก็มีกระแสหนังเรื่องนี้อยู่มาก ไม่ใช่ว่าไม่อยากรีบดูหรอกนะคะ แต่เพราะแผนที่วางไว้มันล่มบ่อย เรื่องของเรื่องคือหนังไทยที่เป็นหนังสไตล์นี้เราต้องไปดูคนเดียวค่ะ ก็เลยหาเวลาปลีกตัวออกมายาก ยิ่งถ้าอยู่บ้านแล้วอยากจะเดินออกมาดูหนังคนเดียวนี่ไม่ได้เด็ดขาด มิบุก็เลยต้องอาศัยช่องหลีบเวลาแบบนี้ออกมาเพื่อดูหนังค่ะ แล้วมิบุก็ได้ดูจนได้ทีแรกคิดว่าจะแห้วเพราะช่วงเที่ยงๆรถติดแต่ทันเวลาพอดีเลยค่ะ อีกเรื่องเพราะไม่ค่อยจะหิวมากด้วยเลยหาขนมกินก่อนเข้าโรงหนัง ก็อยู่ท้องแล้วค่ะ ลืมไป...นี่เรายังไม่ได้บอกเลยว่า ไปดูรักแห่งสยามมา ถึงจะเข้ามานานแต่มันยังไม่ได้ออกโรงไปนะคะ ยังพอมีรอบอยู่ ไม่อยากบอกว่าจองก่อนฉายหนึ่งชั่วโมงยังไม่มีคนจองเลยค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าคงจะได้ยึดโรงแล้วกรี๊ดดดดให้โรงแตก แต่ที่ไหนได้สักพักคนก็เข้ามากันเต็มโรงเลย พอฉากโต้งกับมิวออกมาทีไรก็กรี๊ดกันเป็นหมู่คณะ สุขใจมากๆเลยค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้มากเลย วายได้ใจเลยค่ะ นอกจากนี้สัญลักษณ์แฝงก็หาง่าย เรื่องนี้เข้าใจง่ายค่ะ ทุกอย่างดูลงตัวและเป็นธรรมชาติ ผกก.ทำให้เราหวนรำลึกถึงวัยเด็กได้ในฉากสมัยเด็กของมิวกับโต้ง ชอบมากค่ะ และสีของทั้งสองคน มิวสีเขียว โต้งสีฟ้า จะว่าไปสีของสองคนนี้ก็มีความหมาย สีฟ้า ในภาษาอังกฤษคือ Blue มีความหมายถึงความเศร้า แต่สีเขียว จะใช้ในแง่ของความสงบ สดชื่น แทนความรู้สึกของตัวละครอย่างตัวของโต้งที่ตลอดเรื่องตั้งแต่พี่แตงหายไปโต้งแทบจะไม่ยิ้ม แต่พอเจอกับมิวโต้งก็จะยิ้มได้ สีเขียวของมิวทำให้โต้งผ่อนคลายและสดชื่นค่ะ เราเชื่ออย่างนั้น และอีกจุดหนึ่งคือตอนจบ (ไม่อยากสปอยก็ข้ามไปเลยค่ะ) บางคนอาจผิดหวังว่าทำไมโต้งไม่คบกับมิวทั้งที่โต้งก็ตัดขาดจากโดนัท (ไม่ขอเอาทฤษฎีปฏิเสธซ้อนปฏิเสธในประโยคของโต้งที่พูดกับมิวในตอนจบนะคะ) แต่อยากจะให้สังเกตละครประวัติวันคริสตมาสที่ทั้งสองคนเล่นด้วยกัน โต้งเล่นเป็นแกะ มิวเล่นเป็นพระเจ้า และถ้าสังเกตโปสเตอร์ตรงหัวเตียง เป็นรูปไม้กางเขนสีดำบนฉากสีเขียว เราว่าโปสเตอร์นั่นแทนตัวของมิวค่ะถ้าจะให้อธิบายเราคิดว่าสำหรับโต้ง โต้งคิดว่ามิวเป็นพระเจ้าของเขา ส่วนโต้งคือลูกแกะที่หลงทางและสับสน โต้งรักมิวเพราะมิวให้สิ่งดีๆทำให้โต้งมีความสุข เหมือนพระเจ้าไงค่ะ แต่กับมิว มิวจะไม่คิดว่าโต้งเป็นแบบนั้น เราคิดว่าสำหรับมิวโต้งคงเป็นคนที่เขารักและอยากจะแชร์บางสิ่งบางอย่างด้วยกัน เพราะงั้นความรักของทั้งคู่จึงต้องจบลงแบบนี้ เพราะนิยามความรักของคนสองคนมันแตกต่างเกินไป เข้ากันไม่ได้ แต่ตอนท้ายถ้าจำตุ๊กตาไม้ที่โต้งให้มิวเป็นของขวัญสมัยเด็กแต่มันขาดจมูก พอโต้งให้จมูกมิวมา ก็เหมือนความสมบูรณ์แบบในตัว แม้มันจะเบี้ยวๆ(ตุ๊กตาในตอนจบหลังจากถูกมิวใส่จมูกให้จะหน้าเบี้ยวๆและจะออกแนวหน้าบูด) แทนความเศร้าจากความสมบูรณ์ที่ไม่สวยงามอย่างที่จะให้เป็น แต่เพราะส่วนประกอบที่หายไปอยู่ครบ เหมือนโต้งที่เคยหายไปจากมิวและกลับมาแล้ว กับถ้อยคำสุดท้ายที่โต้งบอก ก็ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู็่จะพัฒนาไม่ได้ มีรักก็ย่อมมีหวัง...ใช่ไหมค่ะ? มีฉากเด็กอีกหลายฉากที่ชอบ ชอบที่สุดคือฉากจัดต้นคริสต์มาส ที่แม่ให้โต้งเอาตุ๊กตามาติดแล้วโต้งก็ไม่รู้ว่าจะติดยังไง จะเลือกตัวไหนดี จนแม่แอบอารมณ์เสีย โต้งเลยบอกแม่ว่า "เดี๋ยวถ้าแม่ไม่ถูกใจก็มาว่าโต้งอีก" คือไม่อยากบอกว่าประโยคนั้นเป็นประโยคที่มิบุพูดกับแม่ในใจบ่อยมาก โดยที่ไม่อาจออกมาเป็นคำพูดได้ มิบุจึงเงียบแล้วให้แม่บ่นไป แต่ประโยคของโต้งประโยคนี้มันโดนใจเรามากจริงๆ ชอบมากๆเลยคะ่ ยิ่งแม่บอกโต้งว่า "เลือกที่คิดว่าดีที่สุด" ฟังแล้วมันมีพลังขึ้นมาเลยค่ะ ฉากต่อมาคือฉากช่วงปาร์ตี้มีฉากย่อยสองฉากที่ชอบคือฉากที่มิวร้องเพลงกันและกัน แล้วมองมาที่โต้ง โต้งก็มองยิ้มๆกลับไป โดยมีพี่จูนที่สังเกตการณ์แล้วเดาใจออกว่าสองคนนี้เขาคิดอะไรอยู่ เป็นฉากที่เรากรี๊ดมาก โต้งกับมิวนี่ยิงความรู้สึกรัวออกมาทางสายตาแบบไม่บันยะบันยังเลย พี่จูนก็ฮามากพยายามส่งซิกบอกมิวว่าเก็บอาการ...แต่ไม่มีใครสนใจ... สังเกตเสื้อโต้งให้ดีว่าเขียนข้อความว่าอะไร รู้เลยว่าโต้งมีความสุข กับฉากหลังงานปาร์ตี้ที่โต้งกับมิวกอดคอไปๆมาๆก็จุ๊บกัน คุณแม่แอบเห็น ...สุดๆเลยค่ะ ตอนจูบกันนี่ว่าหวานสุดยอดตอนที่แม่เห็นลูกชายจูบกับเพื่อนแล้วรับไม่ได้นี่ก็สุดๆเหมือนกัน ชอบมากๆเลยค่ะ แล้วอีกฉากที่ชอบคือฉากที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงมากๆ พ่อตบแม่แม่ตีแล้วก็ด่าพ่อสารพัด ยิ่งคำว่า "ไอ้ขี้แพ้" เนี่ยสุดๆเลย สองคนนี้เขาเล่นดีจริงๆค่ะ บอกเลยว่าโดน นอกจากนี้ยังมีฉากอีกมากมายที่ชอบ ชอบเพื่อนของมิวที่ชื่อเอ็กซ์ตอนที่เอาเอกสารมาให้มิวเซ็นต์ เอ็กซ์พูดดีมาก "ถึงเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังเป็นเพื่อน" หรือฉากของมิวกับอาม่า ชอบวิธีการพูดของอาม่าเวลาพูดกับมิว อีกฉากนึงที่ชอบคือฉากที่โต้งไปค้างบ้านมิวแล้วสองคนนอนกอดคอกัน....รู้สึกดีมาก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เติมเต็มอะไรให้เราได้ ดูแล้วจรรโลงใจ อาจเป็นเพราะว่าเป็นสาววายและแอบไปทำการบ้านก่อนชมจึงพยายามเก็บรายละเอียดเต็มที่อย่างตั้งใจเลยค่ะ จึงคิดว่าหนังเรื่องนี้ให้เราได้เต็มที่ เรามีความสุขกับมันมาก ฉากที่สยามเราก็ชอบเพราะต้องเดินผ่านประจำ ได้ข่าวว่าจะไม่มีสยามอีกเราคงคิดถึงที่นี่น่าดู ชอบหนัังเรื่องนี้ ให้เก้าสิบเก้าเต็มร้อย เพราะไม่ชอบโดนัท... ดีแล้วที่โต้งบอกเลิก เหอๆๆ |
|
|